สัมผัสได้ว่าข้างหลังเกิดเรื่องแล้ว เจียงหลีจึงหยุดลง หันหลังกลับไปมองและกล่าวแก่หม่าหยวนจย่าที่ถูกดึงตัวไว้ว่า “ข้าฝึกฝนที่นี่ เจ้าไม่ต้องตามข้าแล้ว”
หม่าหยวนจย่าพยักหน้า มองดูเจียงหลีและลู่จ้านจากไป
หลังจากพวกเขาสองคนไปแล้ว คนหนึ่งในนั้นกล่าว “หม่าหยวนจย่า นายน้อยบอกแล้วในระหว่างที่เจียงหลีฝึกฝนอยู่ เจ้าก็ต้องมาฝึกฝนที่นี่ด้วยเช่นกัน”
หม่าหยวนจย่าตกตะลึง
ทันใดนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไป ใบหน้ายุบลง ตกใจเป็นอย่างมาก ตามทั้งสองไปด้วยอาการใจสั่นตับสั่น พวกเขาเดินไปยังอีกทางหนึ่ง
…
สวบ สวบ
ใต้รองเท้าที่เหยียบอยู่บนหญ้าส่งเสียงเบาๆ ออกมา
สี่ทิศเงียบสงัด หมอกยิ่งอยู่ยิ่งหนา เจียงหลียังคงเดินตามหลังลู่จ้าน ในใจสงสัยบางอย่าง ไม่ใช่ว่าจะไปฝึกฝนงั้นหรือ ทำไมถึงเดินนานเช่นนี้ ไม่มีเสียงอะไรเลยหรือ
ค่ายฝึกฝนของตระกูลลู่นี้ ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีนางฝึกฝนแค่คนเดียว แล้วคนอื่นอยู่ไหนกันล่ะ
แล้วนางสังเกตขณะที่ผ่านสายหมอกที่หนาจัด ลู่จ้านสามารถแยกแยะเส้นทางได้อย่างง่ายดาย กลับกัน พอนางเดินมาได้ครึ่งทาง นางหันหลังกลับไปมอง ก็ไม่เห็นทางที่เคยเดินมาก่อนหน้าแล้ว
ที่แห่งนี้ ว่าตามตรงก็คือเขาวงกตแห่งธรรมชาติ เจียงหลีกระซิบในใจ
นางมีข้อสงสัยภายในใจ แต่นางกลับไม่ได้เอ่ยปากถามลู่จ้านไป อย่างไรก็ตามไม่ว่าที่นี่จะซ่อนความลับอะไรก็ตามก็ต้องมีช่วงที่นางรับรู้ แล้วเหตุใดจึงจะไม่ใจเย็นล่ะ
“ถึงแล้ว”