ลู่เจี้ยยิ้มอ่อน “พูดเหมือนว่าเจ้าชนะแล้วอย่างนั้นแหละ”
เจียงหลียิ้มอย่างไม่แยแส
นางไม่มีทางแพ้เด็ดขาด!
นางไม่ได้มั่นใจเกินกว่าเหตุ แต่ว่านางมีความเชื่อมั่นในตัวเอง! ใครว่าแค่มีระดับสูง แล้วจะชนะหรือ การจะชนะใครคนหนึ่งได้มันมีวิธีที่มากมาย เด็กน้อยที่ใฝ่สูงอย่างเย่ว์หนานซี ทำไมนางจะโค่นลงไม่ได้เล่า
“ในเมื่อท่านต้องการผลผลิตของตระกูลเย่ว์ ทำไมไม่ถือโอกาสนี้ช่วงชิงมาทั้งหมดล่ะ”
“ผลผลิตของตระกูลเย่ว์มีเพียงครึ่งเดียวที่ใช้ประโยชน์ได้ แล้วข้าจะเอามาทำไมเล่า ยิ่งกว่านั้น ถ้าตระกูลเย่ว์สูญเสียผลผลิตไปครึ่งหนึ่ง ก็จะมีคนมาทับถมทันที แล้วเหตุใดข้าต้องไปเป็นคนเลวให้เสียชื่อด้วยเล่า” ลู่เจี้ยพูดพรางหัวเราะ
ท่าทางของเขาเช่นนี้ ทำให้เจียงหลีรู้สึกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นสุนัขจิ้งจอก
เขาคาดเดาได้อย่างแม่นยำว่าเย่ว์ชิงหลิวจะเชื่อว่าเย่ว์หนานซีต้องชนะ ไม่เต็มใจที่ปล่อยนางไป ดังนั้นตอนที่เขาเพิ่มเดิมพัน ทำทีเรียกร้องขอผลผลิตครึ่งหนึ่งของตระกูลเย่ว์
เย่ว์ชิงหลิวไม่คิดด้วยซ้ำว่าเย่ว์หนานซีจะแพ้ แล้วจะปฏิเสธได้เยี่ยงไร
นี่เป็นกับดักที่เขาวางไว้
“เจ้าไปเถอะ เวลาสามเดือน ไม่ถือว่านาน พรุ่งนี้ ข้าจะส่งเจ้าไปยังที่แห่งหนึ่ง” ลู่เจี้ยโบกมือให้เจียงหลี เพื่อให้นางกลับไป
เจียงหลีจากไป และผู้อารักขาคนนั้นก็เดินตามหลังนางไป
หลังจากจากไป นางเพิ่งสบโอกาสถาม “เหตุใดท่านถึงมาเป็นผู้อารักขาของข้าได้”