มาถึงรวดเร็วนัก เจียงหลีมองด้วยสายตาเย็นชา
ทันใดนั้น นางสังเกตุเห็นสายตาของลู่เจี้ยที่มองมาที่นาง นางเงยใบหน้าเล็กๆ จ้องไปที่ชายหนุ่มผู้สูงส่งราวกับเทพบุตร
“ให้พวกเขาเข้ามา” ลู่เจี้ยเผยรอยยิ้มอย่างลึกลับออกมา
ครั้งนี้เจียงหลีไม่ได้รู้สึกสับสนกับรอยยิ้มของผู้ชาย นางขมวดคิ้ว สายตาอัดแน่นไปด้วยความคิดว่าชายผู้นี้คิดจะทำอะไรอีก นางรู้ว่านางมีเนตรญาณแล้ว แต่ว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอะไร ตระกูลเย่ว์ก็มาเสียก่อน แถมผู้ชายแบบลู่เจี้ยก็เป็นคนที่ยากจะคาดเดา
“ลุกขึ้น มายืนข้างข้า” ลู่เจี้ยกล่าวกับเจียงหลีในทันใด
เจียงหลีกะพริบตา ลุกขึ้นตามคำสั่ง เดินไปยืนอยู่หลังลู่เจี้ย และผู้อารักขาที่มอบหมายให้ดูแลนาง ก็ไปยืนข้างหลังนางดั่งเงา พร้อมกับทำความเคารพ
เจียงหลีมองเขาอย่างสงสัย และมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจ นางรับรู้ได้ว่าที่ผู้อารักแสดงความเคารพยำเกรงนั้นไม่ใช่เพราะลู่เจี้ยแต่เป็นเพราะนาง
ตอนที่ข้าปลุกเนตรญาณ มันเกิดอะไรขึ้น อะไรที่ทำให้ท่าทีของสองคนนี้เปลี่ยนไป เจียงหลีสงบความคิดลง มองไปที่ลู่เจี้ย นางอยากรู้ว่าชายคนนี้คิดจะทำเช่นใดอีก
ถ้าไม่นับการลอบโจมตีที่เจอกันครั้งแรก นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงหลีได้เข้าใกล้ลู่เจี้ยมากเช่นนี้
นางยืนอยู่ข้างหลังเขา ถึงแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าที่มีเสน่ห์เย้ายวน แต่ว่านางกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายที่ลอยมาอย่างชัดเจน