เจียงหลีและลู่เจี้ยแลกเปลี่ยนลมปราณกันลับๆ หลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาอารมณ์แปรปรวน
“เจ้าแน่ใจหรือ” ลู่เจี้ยถามย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นเข้มขรึม
เจียงหลีพยักหน้า แปลกใจว่าทำไมเขาต้องสนใจด้วย
นางไม่รู้ว่าเด็กทุกคนบนโลกนี้ ขณะที่อายุหกถึงเจ็ดปี ต้องเข้าพิธีเบิกเนตรญาณ เพื่อทำการทดสอบพรสวรรค์ เด็กที่มีพรสวรรค์จะมีชะตาชีวิตที่แตกต่างจากผู้คนทั่วไปโดยธรรมชาติ แท้จริงแล้วขณะที่เจียงหลียังเด็กก็เคยเข้าร่วมการทดสอบเช่นกัน แต่ว่าเบิกเนตรญาณไม่สำเร็จ กล่าวได้ว่านางไม่มีพรสวรรค์
หลังจากที่ทุกคนเข้าพิธีเบิกเนตรญาณแล้ว จะมีการบันทึกผลลัพธ์ไว้ และสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย
แต่ตอนนี้ นางกล่าวว่าตนเองสามารถรับรู้ได้ถึงเนตรญาณ นี่ไม่เพียงแต่เป็นการบ่งบอกว่านางไม่ใช่เจียงหลีคนเดิมแล้ว และยังบ่งบอกอีกว่าสิ่งที่นางพูดนั้นมีความเป็นไปได้จริง
สิ่งที่ลู่เจี้ยสนใจคือสิ่งนี้
“ใครก็ได้ ไปนำหินวิญญาณมา” ลู่เจี้ยสั่ง
เขารู้สึกสงสัยว่า ‘ราชินี’ บางองค์จะมีเนตรญาณจริงหรือไม่
“ขอรับ นายน้อย” มีเสียงคนตอบจากข้างนอก
เจียงหลีรู้สึกสงสัย ไม่รู้ว่าหินวิญญาณคืออะไร นางมองไปที่ลู่เจี้ย หวังว่าจะได้รับการอธิบาย แต่ว่าชายคนนี้ กลับไม่มองสายตาอ้อนวอนของนาง
ไม่นาน เจียงหลีได้ยินเสียงชุดเกราะและเสียงฝีเท้าจากข้างหลัง มีสายลมพัดผ่านตัวนางไป