“ดูแล้วท่านคงเสียเวลาไปไม่น้อยในการตรวจสอบเจียงหลี” เจียงหลีพูดพึมพำ มองลู่เจี้ยด้วยท่าทีนิ่งๆสบายๆ แล้วพูดว่า “พูดตามตรงแล้ว ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาได้อย่างไร ข้ามาจากที่แห่งอื่น ไม่ใช่คนของโลกใบนี้ ในโลกแห่งนั้น ข้าเป็นเจ้าปกครองเมืองอย่างแท้จริง”
มาจากอีกโลกหนึ่งงั้นหรือ
ลู่เจี้ยขมวดคิ้ว คล้ายกับว่ากำลังพิจารณาว่าสิ่งที่เจียงหลีได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นจริงแท้เพียงใด
เจียงหลีย้อนความทรงจำถึงข้อสันนิษฐานของโลกที่มู่ชิงเกอบอกแก่นาง แล้วอธิบายกับลู่เจี้ย “ตามที่กล่าวขานกันมานั้น บนฟ้าดิน มีห้วงเวลาที่ไม่เหมือนกัน หรือก็คือโลกที่แตกต่างกัน พูดโดยหลักการปกติแล้ว ทุกโลกจะมีระยะห่างซึ่งกันและกัน แต่มักจะมีพลังบางอย่างที่สามารถพังทลายข้อจำกัดของห้วงเวลาได้ และเกิดปรากฏการณ์อันไม่คาดคิด”
“ความหมายของเจ้าคือ เจ้าก็คือปรากฏการณ์นั่น” ลู่เจี้ยถามกลับ
เจียงหลีพยักหน้า “ข้าถูกดูดเข้าไปในห้วงเวลา ตอนที่ข้ากำลังต่อสู้กับศัตรูเพื่อปกป้องคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้าไม่ให้จากไปในอีกโลกหนึ่ง หลังจากนั้นข้าก็มาถึงที่นี่อย่างงุนงง เมื่อข้าลืมตาขึ้น ข้าก็อยู่บนสนามประลอง กลายเป็นเจียงหลีที่อยู่ในโลกนี้” นางละการบรรยายที่ล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศไว้ เหตุการณ์ที่ประสบช่วงนั้น เมื่อย้อนคิดแล้วก็เหมือนฝันไป