“ตอนนี้ ข้ากลับไปไม่ได้ ในเมื่อได้ครอบครองร่างกายของนาง ก็คงได้แต่เพียงมีชีวิตต่อไปในสถานะของนาง” เจียงหลีพูดอย่างจนปัญญา พร้อมมองดูสองมือของตนเอง
การได้ครอบครองร่างนี้ ทำให้นางไม่พอใจจริงๆ!
เมื่อพูดจบทั้งหมดแล้ว เจียงหลีพูดกับลู่เจี้ยว่า “เรื่องของข้าได้พูดจบแล้ว ท่านต้องการหลักฐาน ข้าก็ไม่มีให้ท่านหรอก แม้แต่ร่างนี้ที่ครอบครองร่างก็ไม่ใช่ร่างเดิมของข้า ท่านจะให้ข้าพิสูจน์อย่างไร ดังนั้น ถ้าจะถามเรื่องหลักฐาน ก็คงต้องถามว่าท่านเชื่อหรือไม่เสียมากกว่า”
นัยน์ตาของนางแผ่กระจายแสงเจิดจรัสออกปะทะเข้ากับนัยน์ตาอันลุ่มลึกดุจใต้ลึกบาดาลคู่นั้นของลู่เจี้ย
“เล่าเรื่องโลกแห่งนั้นของเจ้าดูบ้างสิ” ลู่เจี้ยพูดอย่างเรียบๆ สายตาที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่กลับทำให้คนรับรู้ได้ว่าสิ่งที่อยู่ในใจเขาทั้งหมดล้วนไม่ได้แสดงออกผ่านสายตานั่นแม้แต่น้อย
น่าสนใจ!
นัยน์ตาของเจียงหลีส่องประกายขึ้น
ลู่เจี้ยสามารถพูดประโยคนั้นออกมาก็หมายความว่าเขาได้เชื่อไปครึ่งหนึ่งแล้ว
แต่…
“อยากรู้หรือ ถ้าเช่นนั้นรอให้มีข้อแลกเปลี่ยนครั้งหน้า ข้าค่อยบอกท่าน”
ลู่เจี้ยย่นคิ้ว
เด็กสาวผู้นี้ตั้งใจจะต่อรอง
การที่คนๆ หนึ่งพูดโกหกหรือไม่ ต้องดูว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นรั่วไหลออกมากน้อยเพียงไหน หากยิ่งพูดเยอะ ก็ยิ่งเห็นข้อจับผิดได้มากขึ้น ทว่า เป็นที่แน่ชัดว่า นางเด็กสาวคนนี้มองเจตนาของเขาออก จึงจงใจหยุดไว้แค่นี้