เสียง แปะ ของหนังสือนั่น คล้ายกับเป็นเสียงที่ตบหน้าเย่ว์ชิงหลิว เย่ว์หนานซี และคนทั้งตระกูลเย่ว์
นี่แหละคือเสียงที่ไพเราะก้องกังวาล!
“พวกเราไปกันเถอะ” อารักขาทำธุระที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น ก็หันหลังเพื่อเตรียมพาคนออกไป ส่วนคนที่มามุงดูเหตุการณ์เพื่อความบันเทิงเหล่านั้นเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขากันล่ะ
“ช้าก่อน” เย่ว์ชิงหลิวเอ่ยปากห้าม ดวงตาที่ถมึงทึงยิ่งมองยังอารักขาตระกูลู่ ทันใดนั้นเขาก็เหยียบหนังสือถอนหมั้นอยู่ใต้ฝ่าเท้า “ลูกชายของข้าถูกอารักขาตระกูลลู่ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ต่อให้อำนาจตระกูลลู่จะใหญ่โตเพียงใด ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยสิ”
“รับผิดชอบหรือ” อารักขาคนนั้นหันกายกลับมาแสดงความดูหมิ่น “ท่านต้องการให้รับผิดชอบอะไร ในเมื่อลูกชายของท่านลงมือทำร้ายข้าทาสของตระกูลลู่ที่หน้าประตูใหญ่ตระกูลเรา นี่สมเหตุสมผลแล้ว? แล้วทำไม ทาสของตระกูลลู่จำเป็นต้องให้คนของตระกูลเย่ว์มาสั่งสอนด้วยหรือ หากยังบังอาจตอแยไม่เลิก ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ ตระกูลลู่ของเราก็มาถึงตระกูลเย่ว์นี่แล้ว ถือเสียว่าเป็นการสั่งสอนสักหน่อยว่าควรทำตัวอย่างไรในเมืองซูหนานนี้”
โหดมาก!
สุดยอดจริงๆ!
นี่แหล่ะตระกูลลู่!
รากเหง้าของตระกูลลู่มีมานานกว่าร้อยปี แม้กระทั่งฮ่องเต้ยังต้องหวาดเกรงในคุณูปการอันมากมาย แล้วตระกูลเย่ว์ที่เป็นตระกูลเล็กๆ ตระกูลหนึ่งริอาจมาตั้งคำถามได้เยี่ยงไร