สีหน้าของเย่ว์หนานซีแสดงความประหลาดใจในพริบตา
เมื่อกี้นางข้ารับใช้นี่พูดว่าอะไรนะ นางกล้าพูดว่านางเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นงั้นหรือ
ช่างน่าขัน ไร้ยางอาย เกินไปแล้ว!
เป็นข้าที่เป็นคนเอ่ยปากกับท่านพ่อเรื่องการขอถอนหมั้น อีกทั้งท่านพ่อเห็นว่าอำนาจของตระกูลเจียงสิ้นไปแล้ว ท่านจึงมิได้คัดค้าน และเห็นด้วยกับวิธีการของข้าไปโดยปริยาย
เพียงแค่ข้ายังมิได้นำหนังสือขอถอนหมั้นมาให้นางก็เท่านั้น เดิมคิดว่ามีเรื่องจะรบกวนนาง ส่วนเรื่องหนังสือขอถอนหมั้นค่อยส่งตามมาทีหลัง คาดไม่ถึงว่านางจะมาแว้งกัดข้าเสียก่อน เย่ว์หนานซีคิด
“เจียงหลี เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่” เย่ว์หนานซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น นัยน์ตาลึกล้ำ สุดจะหยั่ง
เย่ว์หนานซีในมุมนี้ ทำให้เจียงอวี๋สั่นสะท้านไปทั้งตัว เกิดความหวาดกลัวในใจ แต่นางก็ย่างเท้าเข้าไปหาเขาพร้อมกระตุกชายเสื้อ และเอ่ยด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า
“พี่หนานซี ท่านอย่าได้โมโหไปเลย น้องหลีมิได้มีเจตนาเช่นนั้นหรอก”
“หุบปากซะ!” เจียงหลีจ้องมองไปที่เจียงอวี๋ด้วยความโกรธจัด
เจียงอวี๋นางหญิงแพศยา วันวันดีแต่ทำตัวน่าสงสาร เสแสร้งว่าไร้เดียงสา มิใช่เป็นเพราะนางหรอกหรือที่หลอกล่อให้เย่ว์หนานซีลุ่มหลง เขาถึงได้เอ่ยปากเรื่องขอถอนหมั้นกับข้า
พวกแม่ลูกตระกูลเหอและคนตระกูลเย่ว์ ดูแคลนเหยียดหยามเจ้าของร่างเดิมนี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ต้องพูดถึงเรื่องบุญคุณความแค้นของเจ้าของร่างนี้