เมื่อได้ยินมารดาพูดเช่นนี้แล้ว เจียงอวี๋ก็ได้แต่เก็บความหวังไว้ในใจ นางคิดถึงเย่ว์หนานซีรูปงามสง่าก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มหวานออกมา “รอจนกว่าท่านพี่หนานซีฝึกวิชาสำเร็จเพื่อเป็นคุณประโยชน์ของชาติบ้านเมือง มีชื่อเสียงเกียรติยศขึ้นมาเมื่อไหร่ ข้าก็จะได้ซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใส่”
“ดูเรื่องที่เจ้าเอาแต่สนใจสิ” เหอซื่อหยิกบุตรสาวเสียเต็มแรงราวกับคีมเหล็กด้วยความหมั่นไส้
เจียงอวี๋มองมารดาอย่างไม่เข้าใจนัก ไม่รู้ว่าตนเองพูดผิดตรงไหน
มองบุตรสาวที่ยังไม่กระจ่าง เหอซื่อก็ได้แต่ถอนหายใจ “ตอนนี้เย่ว์หนานซีดูท่าทางแล้วอาจไม่เลว แต่คนที่มีความสามารถมีดาษดื่นถมเถ เจ้ามองการณ์ไกลหน่อย อย่าได้แต่หมายตาหมายใจไว้ที่เย่ว์หนานซีเพียงคนเดียว งานประลองชิงเจียวก็จะเริ่มต้นแล้ว ไม่รู้ว่าคนมีพรสวรรค์มีความสามารถจะมากน้อยแค่ไหน คนที่ดีกว่าเย่ว์หนานซีมีมากมาย เจ้าเผื่อใจไว้บ้าง ลูกสาวของข้างดงามหมดจดถึงเพียงนี้ ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่เป็นรองใครเท่านั้น เย่ว์หนานซีอะไรนั่นเจ้าแค่ยึดเป็นหลักไว้ก่อนก็พอแล้ว”
เจียงอวี๋มองมารดาอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ท่านแม่ ข้าชอบท่านพี่หนานซีด้วยใจจริง ข้าจะปันใจไปให้คนสองสามสี่อีกได้เยี่ยงไร ตอนแรกท่านแม่ก็ไม่ได้กล่าวเช่นนี้”