เหอซื่อกลอกตาขาวใส่บุตรสาว “อะไรเรียกว่าปันใจให้คนที่สองสามสี่ เจ้ากับเย่ว์หนานซียังไม่ได้เข้าหอลงโรงกันด้วยซ้ำ หากเจอคนที่ดีกว่า แน่นอนว่าจะต้องเลือกคนที่ดีที่สุด หรือว่าเจ้าไม่อยากมีชีวิตสุขสบายกว่านี้ สุขสบายเสียยิ่งกว่าตอนที่ตระกูลเจียงยังอยู่อีก”
เจียงอวี๋อึ้งไปชั่วขณะ ฉายความกังวลสองจิตสองใจและความดิ้นรนในแววตา นางขบกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความลำบากใจไม่น้อย แน่นอนว่านางไม่อยากมีชีวิตต่ำต้อยอีกแล้ว
“อีกอย่างตอนนั้นที่ข้าอยากให้เจ้าลงเอยกับเย่ว์หนานซี เพราะนอกจากฐานะทางบ้านของเขาไม่เลวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นคู่หมั้นของเจียงหลีอีกด้วย เหอะ! พวกคนในเรือนใหญ่ทำร้ายครอบครัวเราจนพังพินาศย่อยยับ ต่อให้ข้าตาย ข้าก็ไม่มีวันยอมให้สายเลือดพวกมันได้เสวยสุข ตอนนี้เจียงหลีมันเป็นขี้ข้าไปแล้ว ต่อให้โชคเข้าข้าง เจ้าคิดหรือว่านายน้อยลู่จะจับนางมาใส่ตะกร้าล้างน้ำ หึ! ชาตินี้ทั้งชาติก็คงได้เป็นขี้ข้าให้เขาจิกใช้เป็นวัวเป็นควายแน่นอน” เหอซื่อยื่นมือไปที่ใบหน้าน้อยๆ ของบุตรสาว จากนั้นลูบไล้ทั่วใบหน้างดงามด้วยความอ่อนโยน “ส่วนลูกสาวข้าถูกลิขิตให้เกิดเป็นหงส์บนฟ้าอยู่คนละชั้นกับนางอีกาชั้นต่ำคนนั้น”
เจียงอวี๋เก็บอาการขวยเขิน ยอมรับคำพูดของมารดาเงียบๆ