ทันใดนั้น นางก็เห็นกองกำลังพลกองใหญ่เข้าไปในจวนตระกูลลู่เป็นที่เรียบร้อย เงาของเจียงหลีก็หายไปแล้วเช่นกัน จึงรีบถามมารดา “ท่านแม่ นางอีกาชั้นต่ำเข้าไปแล้ว เราต้อง…”
“อย่าเพิ่งวู่วาม ให้คนไปบอกข่าวท่านพี่หนานซีของเจ้าเสียก่อน รอเขามาถึงพวกเราค่อยเข้าไปตามหานาง” ปรากฏความแค้นในแววตาของเหอซื่อ
……
ไม่ใช่ว่าให้ข้าเป็นผู้อารักขาหรอกหรือ เหตุใดจึงตามกลับจวน เจียงหลีคิดคำถามนี้วนมาตลอดทาง
นางเดาไม่ออกเลยว่าจู่เจี้ยกำลังคิดการสิ่งใดอยู่ ถ้าหากจะให้เป็นผู้อารักขา ต้องรับกับการฝึกเข้มงวดหนักอย่างแน่นอน นางเองก็หาโอกาสเรียนรู้วิชาการต่อสู้ของโลกนี้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ทว่า ลู่เจี้ยทำเหมือนกับว่าได้ลืมนางไปแล้ว หากจะพูดว่าลืมแล้ว ตอนจะไปก็ไม่ลืมพานางมาด้วย
“ปวดหัว!” เจียงหลีแหงนหน้ามองฟ้าอย่างหมดหวัง นางพบว่าเวลาพูดคุยทักทายกับคนที่อยู่ในเมืองช่างปวดหัวเสียจริง นึกถึงคราวแรกนางเป็นราชินีของโลกแห่งยุคกลาง อาศัยการยับยั้งการไหลเวียนของโลหิตหล่อเลี้ยงชีวิตบริหารอาณาจักร มีอย่างที่ไหนต้องมาเอาอกเอาใจหว่านล้อมผู้อื่นเช่นนี้
“สวรรค์ ท่านคงเห็นว่าภพที่แล้วข้าอยู่สุขสบายเกินไปใช่หรือไม่ ท่านถึงได้ให้ข้ามาอยู่ที่นี่ ให้มาสัมผัสรสชาติทั้งห้าของชีวิตอย่างนั้นหรือ” เจียงหลีถอนหายใจ
“เจียงหลี นายน้อยเรียกเจ้า”
สาวรับใช้ที่รับผิดชอบพานางมาปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับนำข่าวดีเรียกขวัญกำลังใจให้นาง