เจียงหลีรีบลุกขึ้นยืนตอบอย่างร่าเริง “ไปกันเถอะ”
แต่ทว่าสาวรับใช้คนนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนไปไหน มองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาหยามเหยียด
เจียงหลีมองมาที่ตนเอง พบว่าเมื่อครู่นางนั่งพื้นด้วยท่าทางไม่เรียบร้อยจึงทำให้ชุดที่สวมใส่ยับยู่ยี่ อีกทั้งเปื้อนเศษหญ้าเล็กน้อยอีกด้วย
นางปัดชุดไปมาให้เศษหญ้าตกพื้น หลังจากนั้นจัดการกับเสื้อผ้าในส่วนที่ยับๆ เสร็จจึงหันกลับไปมองสาวใช้ “ใช้ได้หรือยัง”
สาวใช้กลอกตาเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินนำทางไป
เจียงหลีเดินตามข้างหลังนางพร้อมกับสำรวจจวนตระกูลลู่ไปด้วย
ไม่นานนักนางก็พามาถึงห้องโถงด้านหน้าเดินเข้าประตู ในที่สุดสายตาก็ปะทะเข้ากับลู่เจี้ยคนรูปงาม
“ยังไม่คุกเข่าคำนับนายน้อยอีก” เมื่อเห็นว่าเจียงหลียืนทื่อ สาวใช้จึงขมวดคิ้วแล้วกล่าวเตือน
คุกเข่า?
เจียงหลีแสยะยิ้มพูดกับลู่เจี้ย “นายน้อยมีข้อยกเว้นอันใดที่ทำให้ข้าไม่ต้องคุกเข่าหรือไม่”
ลู่เจี้ยหรี่ตาลงเล็กน้อย จะยิ้มแต่ไม่ยิ้มมองคนศักดิ์ต่ำกว่าที่กำลังหาข้อยกเว้นให้ตนเอง แค่ทาสคนหนึ่งยังจะกล้าหาข้อแม้กับเขาอีกหรือ
“คุณค่า” แต่เขาก็ยังคงตอบกลับไป
เจียงหลียักไหล่ “เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เริ่มเลย แต่ข้าขอติดค้างไว้ก่อนก็แล้วกัน หากนายน้อยรู้สึกว่าข้ายังไม่มีคุณค่าพอ ข้าจะยอมคุกเข่าให้ท่านสิบแปดชั่วโคตรไปเลย”
“…”
“…”
เอ่อ ประโยคนี้ฟังดูแล้วมันทะแม่งๆ อยู่นะ