ผู้คุ้มกันข้างในห้องโถงหน้า รวมถึงบรรดาสาวใช้ต่างพากันอึ้งกิมกี่ มองไปทางเจียงหลีด้วยความตกใจ
ลู่เจี้ยส่งเสียงในลำคออย่างเย็นชา “ปากดี” แต่ก็ไม่ได้บังคับให้นางคุกเข่า “ต้นห้องบอกว่าเมื่อสามวันก่อนมีคนมาตามหาเจ้าที่จวน บอกว่าครอบครัวเจ้าตกอับเลยจำเป็นต้องมาขายเป็นทาส พวกเขาตามหามาตลอดทางจนมาเจอที่นี่”
ต้นเสียงไม่ใกล้ไม่ไกลดังมาจากปากของลู่เจี้ย สิ่งที่กล่าวมาทำให้เจียงหลีขมวดคิ้ว
“หน้าตาเป็นอย่างไรหรือ” เจียงหลีถาม
คราวนี้ไม่ใช่ลู่เจี้ยที่ตอบนาง แต่กลับเป็นคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ดูแลจวนเสียมากกว่า “เป็นชายหนึ่งคนหญิงสองคน คือคุณชายตระกูลเย่ว์จากเมืองซูหนาน ส่วนอีกสองคน…” เขาเหลือบมองเจียงหลีครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “เหอซื่อ ฮูหยินรองจากเรือนเล็กตระกูลเจียงและเจียงอวี๋บุตรสาวคนโต
พวกเขานั่นเอง!
เจียงหลีกดสายตาต่ำลงกระหยิ่มยิ้มในใจ เห็นๆ กันอยู่ว่าเหอซื่อจับนางมาขาย ส่วนเย่ว์หนานซียืนมองเฉยๆ อยู่ข้างๆ แต่ตอนนี้กลับพูดจากลับกลอกอย่างนี้หรือ
นึกถึงตระกูลเย่ว์อีกทั้งยังมีพวกเรือนเล็กของตระกูลเจียง เจียงหลีเชิดคางเรียวขึ้นก่อนจะถอนหายใจพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เกิดมาเป็นคนทั้งที แต่ดันเลือกเป็นคนหน้าเนื้อใจเสือเช่นนี้ สุดยอดจริงๆ”
สีหน้าท่าทางของนาง ทำให้ลู่เจี้ยแววตาเป็นประกาย