“ชู่ว เบาเสียงหน่อยสิ ประเดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินเข้าหรอก”
“เหอะๆ นี่ข้าพูดความจริงยังไงเล่า แต่ไหนแต่ไรสตรีงามเหมาะสมกับวีรบุรุษ ด้วยพรสวรรค์ของคุณชายน้อยเย่ว์ ในภายหน้าหากต้องการสาวงามมากน้อยเพียงใดก็ไขว่คว้ามาครองได้ แล้วทำไมจึงต้องรีบเอาตัวเองไปผูกไว้กับดอกไม้เพียงดอกเดียวด้วยเล่า”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์บนท้องถนนนั้น ในคราแรกยังทำให้เจียงอวี๋และเย่ว์หนานซีชมชอบอยู่หรอก โดยเฉพาะฮูหยินผู้นั้นที่ยืนอยู่อีกด้าน หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้ว ระหว่างคิ้วของนางที่เหมือนกับเจียงอวี๋ไม่มีผิดเพี้ยนถูกฉาบย้อมไปความได้ใจ เมื่อมองไปยังแววตาของเย่ว์หนานซีก็ยิ่งสะใจขึ้นไปอีก
จากนั้นเมื่อคำพูดข้างหลังเข้าหูฮูหยินเข้า การแสดงออกทางสีหน้าของนางก็เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และแววตาไม่พอใจของนางก็เขม่นไปที่คนพูดจาปากไม่มีหูรูด
เจียงอวี๋ว้าวุ่นใจแอบลอบมองเย่ว์ซีหนาน ทว่ากลับเห็นความวูบไหวในดวงตาของเขา ประหนึ่งว่าหวั่นไหวเล็กน้อยไปกับคำนินทาพวกนั้น
“ท่านพี่หนานซี ท่านเพียบพร้อมเก่งกาจถึงเพียงนี้ อนาคตเมื่อประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่คับฟ้า ท่านพี่จะทอดทิ้งอวี๋เอ๋อร์หรือไม่ อวี๋เอ๋อร์ไม่คิดมักใหญ่ใฝ่สูงทะเยอทะยาน ขอเพียงแค่ได้ดูแลท่านพี่หนานซีของข้าเป็นอย่างดีก็พอแล้ว” น้ำเสียงอ่อนหวานของเจียงอวี๋ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระส่ำของเย่ว์หนานซีถูกบีบรัดแน่นจนหัวใจแทบหยุดเต้นไปชั่วขณะ