หากตอนนี้ไม่ได้อยู่กลางถนนหนทางล่ะก็เขาคงจูบคงหอมแก้มนางเป็นแน่แท้ “ไม่หรอก ข้าจะใจร้ายกับเจ้าได้เยี่ยงไร อวี๋เอ๋อร์ของข้าแสนดีขนาดนี้ ข้าเย่ว์หนานซีต้องทะนุถนอมเป็นอย่างดีถึงจะถูก”
เขากระซิบข้างหูนางอย่างรักใคร่ เจียงอวี๋เผยสีหน้าเขินอาย อ่อนปวกเปียกเหมือนไร้กระดูกเอนตัวในอ้อมแขนออดอ้อนเขา “ท่านพี่หนานซี”
“อ่ะแฮ่ม” ฮูหยินที่อยู่อีกด้านปิดปากกระแอมไอหนึ่งเสียง จึงทำให้สองคนที่รักกันจนพอใจแล้วเก็บอาการเล็กน้อย “เอาล่ะ พวกเรายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ ยังไงก็รีบไปกันเถอะ การไปครั้งนี้ยังไม่รู้ว่าจะเจอนางเด็กคนนั้นหรือเปล่า” เมื่อกล่าวถึงเจียงหลี สายตาของฮูหยินแวววับไปด้วยความจงเกลียดจงชังลึกๆ
เย่ว์หนานซีกับเจียงอวี๋สบตากันครั้งหนึ่ง พนักหน้าให้กันเงียบๆ รีบก้าวเดินตามนางและไม่สนใจสายตาช่างสังเกตของคนสารทิศโดยรอบอีกต่อไป
“ครั้งนี้หากเห็นร่องรอยนางเด็กคนนั้น ทางที่ดีอย่าปล่อยไปเด็ดขาด ยังเหลืออีกสามเดือนกว่าจะถึงงานประลองชิงเจียว ที่สำคัญหากภายในสามเดือนนี้หากนางสามารถทำให้นายน้อยตระกูลลู่ชอบนางได้ล่ะก็ เมื่อถึงเวลานั้นเชิญให้นายน้อยลู่เขียนจดหมายแนะนำหนึ่งฉบับ หนานซีของพวกเราก็หนีไม่พ้นที่หนึ่งในงานประลองชิงเจียวแน่ๆ แล้วยังสามารถเข้าสำนักหลิงอู่ถังได้อย่างราบรื่นอีกด้วย อยู่เหนือยิ่งกว่าใครๆ” แววตาของนางเผยความมาดมั่น กลับไม่ทันสังเกตเห็นถึงความไม่พอใจในนัยน์ตาของเย่ว์หนานซี