คำพูดเช่นนี้ทำไมฟังแล้วถึงไม่เข้าหูเลยสักนิด ราวกับว่าเขาด้อยความสามารในการเอาชนะเป็นที่หนึ่งได้อย่างนั้นแหละ
งานประลองชิงเจียวคราวนี้ บุคคลที่สามารถมีคุณสมบัติต่อสู้กับเขาได้ เขาสืบถามมาชัดเจนแล้ว ก็มีเพียงแค่สี่ห้าคน เขาจึงมั่นใจเป็นอย่างมาก
ฮูหยินที่ไม่ทันได้สังเกต แต่เป็นเจียงอวี๋ที่ลอบสังเกตอาการของเย่ว์หนานซีมาตลอดกลับสังเกตเห็นขึ้นเมื่อมองเห็นนัยน์ตาของชายคนรักแฝงไปด้วยความไม่พอใจ จึงรีบขัดจังหวะมารดาที่กำลังพูดอยู่ “ท่านแม่ อย่ากล่าวเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ ความสามารถของท่านพี่หนานซีหากจะคว้าที่หนึ่งในงานประลองชิงเจียวมาครองมีหรือที่จะเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ ที่ขอร้องให้นายน้อยลู่เขียนจดหมายแนะนำก็เพียงเพื่อปูทางให้ เมื่อมีจดหมายท่านพี่หนานซีก็จะได้คำนับซือจุน ที่มีความเก่งกาจสามารถมากว่าใครในสำนักหลิงอู่ถังเพื่อฝึกศาสตร์การต่อสู้
เมื่อถูกลูกสาวตำหนิติเตียนนางจึงมีปฏิกิริยาตอบสนอง หัวเราะแห้งๆ อย่างร้อนรน “ใช่ๆๆ โทษข้าปากเสียเอง พูดจาไม่เข้าท่าเหมือนลูกสาว หนานซีอย่าถือสาน้าเลยนะ”
“ไม่หรอกขอรับ” เย่ว์หนานซียิ้มแห้งๆ ตอบแบบขอไปที
“ข้าเป็นห่วงก็มีเพียงแต่นิสัยใจคอของน้องหญิงเจียงหลี เกรงว่าคงจะทำให้นายน้อยลู่ชมชอบมิได้ง่ายๆ” เจียงหลีเปลี่ยนเรื่องพูด ใบหน้างดงามหมดจดฉายความกังวล