ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ลู่เจี้ยคิดอะไรอยู่ ถึงแม้คนนั้นจะเป็นผู้อารักขาที่ดูแลปกป้องเขามาตลอดสิบกว่าปีก็ไม่เคยเดาใจเขาได้
เจียงหลีก็เช่นกัน นางรู้ว่าลู่เจี้ยเป็นคนนำนางออกมาจากลานต่อสู้ แต่ว่าจุดประสงค์นั้นคืออะไร แล้วการสนทนาเมื่อครู่นี้ เขาดูเหมือนมีความอยากรู้อยากเห็นกับความลับของตระกูลจียงมากยิ่งนัก โดยเฉพาะความลึกลับของมารดา ‘ร่างนี้’ แต่ว่ามารดาของนางได้เสียไป แล้วนางไม่รู้ความลับที่เป็นชิ้นเป็นอันเลยจริงๆ
เช่นนั้น คุณค่าของนางอยู่ที่ไหนล่ะ
อย่างไรเสีย ก็ให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความลับของแม่เลย เจียงหลีนึกในใจ
อย่างไรก็ตาม ข้อคำถามของสองดูเหมือนว่าจะเอียงไปทางคำพูดที่นางพูดออกมาเพื่อที่จะปกป้องตัวเองมากกว่า
เฮือก!
ในใจลึกๆ ของเจียงหลีแอบกังวลเล็กน้อย เพราะนางรู้สึกว่าความคิดของนายน้อยลู่ท่านนี้มันช่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนตามไม่ทัน
“คือว่า…จะให้ข้าพูดที่นี่เลยหรือ” เจียงหลีกะพริบตามองไปรอบๆ แล้วมองไปที่ลู่เจี้ยผู้สูงส่ง คนรูปงามผู้นี้อยู่ห่างไกลจากนางจนทำให้มองสีหน้าได้ไม่ชัดเจนนัก ทว่า การ ‘ส่งสัญญาณ’ ของนาง ไม่ได้ทำให้คนในห้องขยับตัวเลยสักคน ทีนี้เจียงหลีก็เข้าใจความหมายของลู่เจี้ยแล้ว