เจียงหลีแอบเบ้ปาก ก่อนจะพูดต่อ “ท่านพ่อของนายน้อยได้รับคำสั่งให้ปกป้องปักหลักอยู่ที่ตงฝาง เขตทางทิศตะวันออก คนของนายน้อยล้วนอยู่เหนือผู้คน ทั้งบุ๋นและบู๊ ว่ากันว่า คนในตระกูลลู่รุ่นนี้ ผู้ที่มีความสามารถโดนเด่นกลับต้องอยู่ในเมืองหลวง แม้กระทั่งท่านแม่ของนายน้อยก็เช่นกัน เพื่ออะไรกันเล่า ก็เพื่อเป็นตัวประกัน แสดงว่าฮ่องเต้ได้เกิดความสงสัย หวาดระแวงการดำรงอยู่ของตระกูลลู่ ดังนั้นจึงได้วางแผนทั้งหมดเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของตระกูลลู่ ให้ภักดีได้อย่างสุดจิตสุดใจ ถึงขั้นโยนหินถามทาง อยากทดสอบว่าตระกูลลู่จะทนได้เท่าใด”
ในห้อง ยังคงเงียบกริบ
เจียงหลีรับรู้ถึงสายตาที่เหยียดหยามดูถูกจากผู้อารักขาซ้ายขวา
แต่นางก็ไม่สน สายตาจับจ้องไปยังผู้ที่นั่งอยู่เบื้องบน เอ่ยขึ้นช้าๆ “ทว่า ตระกูลลู่ไม่ได้ตระหนักถึงความหวาดระแวงจากฮ่องเต้ ดังนั้นจึงให้ลูกคนโตที่ร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถที่จะฝึกฝนได้ นอกจากใบหน้าแล้วไม่ไม่อะไรดีสักอย่าง ได้สืบทอดตำแหน่งนายน้อย…”
“บังอาจ!” คำพูดเจียงหลีที่ดูแคลนลู่เจี้ย ทำผู้อารักขาของเขาตวาดขึ้นมา
ทันใดนั้น เจียงหลีสัมผัสถึงรัศมีอำมหิตที่แผ่มาทางนาง
“ลู่หวา” ลู่เจี้ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
รัศมีอำมหิตรอบทิศหายไปในพริบตาเดียว
“พูดต่อสิ”