ทันใดนั้น มีเสียงที่ดังราวกับฟ้าร้อง ส่งลงมาจากฟากฟ้า “เจ้ายังไม่รีบปีนขึ้นไปเอาหมั่นโถวที่เป็นของเจ้าอีกหรือ”
หมั่นโถวงั้นหรือ นางเงยหน้าขึ้นมองหา สุดท้ายสายตาจดจ่อไปยังหมั่นโถวที่อยู่บนยอดเสา ศพที่เกลื่อนพื้น การฆ่าฟันที่บ้าคลั่ง ทั้งหมดนี้เพื่อหมั่นโถวก้อนเดียวงั้นหรือ นางผวาในใจ
นางไม่ขยับตัว เพียงจ้องมองไปยังผู้คนที่อยู่บนอัฒจันทร์ เย็นเฉียบไปทั่วร่าง
…
“กลับเถอะ” ในห้องชม ชายผู้สง่าผ่าเผยยืนขึ้นและสะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินจากไป
มีผู้อารักขาสี่คนติดตามอยู่ด้านหลัง
ชายผู้นี้ไม่ได้เดินออกจากทางเข้าหลัก แต่เดินออกผ่านทางของแขกผู้ทรงเกียรติ กระนั้น เมื่อเดินออกจากสนามประลอง เขากลับต้องขมวดคิ้วขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว”
“สมกับเป็นเจ้านายน้อยของเมืองนี้นัก รูปลักษณ์ที่สวยงามเพียงนี้ หาพบได้ยากในโลก”
“ข้าได้เห็นเจ้านายน้อยเพียงครานี้ ก็สามารถตายตาหลับได้”
“สวรรค์บันดาล หล่อเหลาเหลือเกิน ประหนึ่งดาราแลจันทรา สว่างไสวจนผู้คนเขินอาย ทำได้เพียงเงยหน้าเชยชม”
…
นอกสนามประลอง คาดไม่ถึงว่ามีฝูงชนมากมายนับไม่ถ้วน ล้อมรอบปิดถนนหนทางไว้ แม้นน้ำก็ไม่อาจไหลผ่านไม่ได้ ผู้คนทั้งงชายและหญิง ทั้งคนชราแลเด็กเล็ก ล้วนเดินทางมาเพียงเพื่อพบคนผู้เดียว