“ท่านเองก็น่าจะพอเข้าใจได้ว่าในช่วงเวลาลานั้น เจ้าวิหารคนก่อนและท่านจ้าววิหารคนปัจจุบันนั้นมีสถานะที่แตกต่างกันราวกับฟ้าและเหว”
“อย่างไรก็ตาม ในครานั้นท่านจ้าววิหารคนก่อนเองก็มั่นใจว่าตนต้องชนะ จึงไม่ได้คิดอะไรมากและรับปากไป”
“หากว่ากันตรงๆแล้วในครานั้นคงไม่มีใครคิดหรอกว่าท่านจ้าววิหารคนปัจจุบันนั้นจะเอาชนะมาได้ ไม่ว่าใครต่างก็คิดว่าท่านเป็นคนบ้าที่อยากจะรนหาที่ตายเพียงเท่านั้น”
“แต่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น อย่าว่าแต่ทำร้ายเลย แม้แต่ชายเสื้อ จ้าววิหารคนก่อนก็ยังไม่อาจสัมผัสท่านจ้าววิหารคนปัจจุบันได้เลยสักนิด”
“ราวกับว่าท่านจ้าววิหารคนปัจจุบันนั้นทั่วทั้งร่างกายห่อหุ้มไว้ด้วยกระดองเต่าที่มองไม่เห็น”
เมื่อได้ยินมาถึงจุดนี้ เฉินเฉียงก็ต้องตกตะลึง
สิ่งที่ผู้คุมหอหวังพูดมานั้น มันไม่ใช่ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้รึไงกัน
เฉินเฉียงไม่คิดมาก่อนว่า ก่อนที่ฮั่นจุยจะออกมาจากโลก มันนั้นได้แนวทางการบ่มเพาะขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ไปด้วย
เป็นไปได้ว่ามันผู้นี้ได้เรียนรู้มาหลังจากที่ได้พบเจอผู้บ่มเพาะของฮุยตู๋ไล่ล่ามันก่อนหน้านี้