อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงนั้นพอจะนึกภาพออกได้ว่า ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของฮั่นจุยนั้น น่าจะห่างไกลจากเขาอยู่มากโข และฮั่นจุยน่าจะไม่ได้เข้าใจในขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้เทียบเท่าเขาแต่อย่างใด
นั่นก็เพราะฮั่นจุยนั้นไม่ได้มีดีด้านพลังจิต ต่อให้โลกใบเล็กของมันจะกว้าง แต่เพียงเท่านั้นก็ยังไม่อาจช่วยให้การใช้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้เสถียรจนใช้ได้นานนัก
และเท่าที่ฟังจากผู้คุมหอหวังพูดออกมา ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของฮั่นจุยน่าจะอยู่แค่ขั้นต้น
หากเป็นอย่างนั้นจริง ต่อให้ฮั่นจุยอยู่ในระดับราชาจอมพลขั้นสูง ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเขามากมาย
“ข้าเองแม้จะไม่รู้ว่าท่านจ้าววิหารใช้วิธีการไหนก็ตาม แต่ในตอนนั้นข้าเห็นเพียงว่าทั้งท่านจ้าววิหารคนก่อนไม่สามารถแตะต้องท่านจ้าวิหารได้เลยจริงๆ”
“ด้วยสถานการณ์ในตอนนั้นต่อหน้าต่อตาพวกเราเหล่าเสาหลัก พวกเขาได้สู้กันถึงสามวันสามคืน”
“จนในที่สุดแล้ว พลังของจ้าววิหารคนก่อนก็ได้หมดลง และทำให้เขาถูกท่านจ้าววิหารทุบตีเข้าที่หัวจนระเบิดเป็นชิ้นๆ แม้แต่หุ่นเชิดโลหิตของจ้าววิหารคนก่อนก็ยังถูกหุ่นเชิดโลหิตของท่านจ้าววิหารกลืนกินลงไปในทันที”