เมื่อเห็นฉากนี้ เฉินเฉียงได้ชี้ไปที่สัตว์ปีศาจเบื้องล่างแล้วพูดออกมาประหนึ่งดั่งจะถากถาง “ผู้คุมหอหวัง แกเห็นนั่นรึเปล่า ไอ้พวกสัตว์ปีศาจเบื้องล่างที่แกเคารพบูชานักหนาน่ะ อยากได้ตัวแกจนตัวสั่นไปหมดเลยละเว้ยเฮ้ย”
“ดูเหมือนว่าพวกมันนั้นอยากจะดูดเลือดแกจนตัวสั่นไปหมดแล้วนะนั่น”
“ตราบใดที่ข้าปล่อยแกไป ร่างของแกจะตกตายกลายเป็นอาหารโลหิตให้กับไอ้ตัวที่แกศรัทธาอย่างเลิศรสเป็นแน่แท้”
ถึงแม้ว่าผู้คุมหอหวังจะไร้สิ่งแขนขาจนหมดสิ้น แต่ตราบใดที่เขารอดออกไปจากที่นี่ได้ เขาก็ยังหาทางรอดได้อยู่ดี เขานั้นไม่โง่พอที่จะยอมตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
กับคนอย่างผู้คุมหอหวังผู้ซึ่งเห็นชีวิตตนสำคัญกว่าผู้ใด ชีวิตของเขานั้นย่อมมีค่าอย่างที่สุด
“ท่านผู้ห้าวหาญ โปรดอย่าข่มเหงข้าไปกว่านี้อีกเลย ข้าพูดเรื่องของท่านจ้าววิหารไม่ได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นข้าต้องตายอย่างน่าอเนจอนาถเป็นแน่”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เฉินเฉียงก็ได้หัวเราะออกมาก่อนจะพูดต่อ “ผู้คุมหอหวัง ข้าล่ะแปลกใจยิ่งนักว่าคนอย่างแกนี่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้คุมหอปรุงยาของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไงกัน”