่นหุ่นเชิดไปแล้ว หมาป่าสีเทาก็ยังคงก้มตัวลงต่ำอยู่อย่างนั้นไม่ได้ลุกขึ้นมา และเป็นตอนนี้ที่มันได้แสดงท่าทางบางอย่างที่น่าประหลาดใจออกมา หมาป่าสีเทาที่ก้มต่ำนั้นได้ส่งเสียงครางเล็กน้อย พร้อมกับหลังของมันที่ราวกับเคลื่อนไหวปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นที่นั่งเอนน้อยๆขึ้นมา
หยานเสวี่ยที่เห็นก็ได้มองไปที่เฉินเฉียงอย่างสงสัย เฉินเฉียงที่รู้ภาษาสัตว์ก็ได้อธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหมาป่านั่นก่อนหน้านี้ที่ยอมให้เมิ่งน้อยขีเพราะว่ามันถูกเมิ่งน้อยบังคับขู่เข็ญอย่างไม่เต็มใจน่ะ”
“แต่ในดอนนี้ เมิ่งน้อยได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อมันโดยการต่อสู้เอาธนะหมีดำที่แม้แต่มันก็ยังทำอะไรไม่ได้ให้หมาป่าตัวนี้ได้เห็น นี่จึงทำให้มันนั้นต้องการที่จะกลายเป็นสัตว์ขีของเมิ่งน้อยจริงๆ”
“แม้ไอ้หมานี่จะไม่ได้แข็งแกร่ง แต่มันก็ยังถือได้ว่ามีตัวตนที่สูงส่งในป่าใต้ดินแห่งนี้”
“แถมในดอนนี้ เมิ่งน้อยนั้นได้แสดงพลังของมันออกมาให้เหล่าสัตว์วิญญาณให้ประจักษ์ และเพียงพอที่จะเป็นจ้าวแห่งป่านี้ได้”
หยานเสวี่ยเมื่อได้ยินก็แสดงออกมาด้วยท่าทางดีใจแล้วพูดออกมา “ถ้าเมิ่งน้อยสามารถอยู่เหนือและควบคุมเหล่าสัตว์วิญญาณของโลกปีศาจนี้ได้ ถ้าอย่างนั้นในภายภาคหน้าพวกเราคงทำอะไรได้ง่ายขึ้นนะ”
เฉินเฉียงพยักหน้ารับ
คำพูดของหยานเสวียนั้นเป็นความจริงอย่างที่สุด
หากว่าสัตว์วิญญาณของโลกปีศาจทั้งหมดตกอยู่ภายใต้อาณัติของเมิ่งน้อยแล้ว หลังจากนี้ หาก