นพูดออกมาด้วยท่าทีไม่ได้ร้อนรนอันโด “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าไปเองดีกว่า เจ้ากับเมิ่งน้อยช่วยกันจัดการทางนี้แล้วกัน หากมีอะไรเกิดขึ้นหรือเจ้าต้องการอะไรก็ส่งข้อความมาหาข้าแล้วกัน”
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงก็หายไปในชั่วพริบดา
ในหมู่เหล่ากลุ่มกองที่แยกย้ายออกไปทำภารกิจในดอนนี้ กลุ่มของดงดิ้นและหยานเสวียนั้นถือได้ว่าทรงพลังที่สุด
ส่วนเม่ยหลัวหลันและหวังด้าลู่ ทั้งสองที่แต่เดิมก็มีระดับบ่มเพาะที่อ่อนด้อยกว่าใครในกองกำลังเทียนเว่ยอยู่แล้ว นี่ทำให้กลุ่มของทั้งสองคนน่าห่วงอย่างที่สุด เพราะทั้งสองคนในดอนนี้มีระดับบ่มเพาะเพียงระดับราชาขุนพลขั้นกลางเพียงเท่านั้น
ด้วยระดับบ่มเพาะเพียงเท่านี้ การที่ให้เป็นผู้นำของเหล่าผู้บ่มเพาะจำนวนสองแสนคนนั้นถือได้ว่าค่อนข้างจะเกินตัว
แต่เฉินเฉียงนั้นก็ยังมอบให้ทั้งสองควบคุมศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนักเต๋าต่างๆอยู่ดี
เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ด้วยระบบบ่มเพาะที่แตกต่างนี้ทำให้เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนัก
เต่างๆเหล่านี้อ่อนด้อยกว่าเม่ยหลัวหลันและหวังด้าลู่ จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงและสูงกว่า
แต่ในตอนนี้ เม่ยหลัวหลันกับส่งข้อความฉุกเฉินมาหาเขา
เฉินเฉียงนั้นเข้าใจดีว่าหากว่านี่เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย เม่ยหลัวหลันคงไม่ส่งสัญญาณฉุกเฉินนี้ออกมา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เลือกที่จะเร่งไปหาแบบนี้
นี่มันหมายความว่าเม่ยหลัวหลันกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์เป็นตายอย่างไม่ต