แต่ก็ยังมีสิ่งเดียวที่ทำให้เธอค้างคาใจและเสียดาย นั่นก็คือเธอไม่อาจมีลูกกับเฉินเฉียงได้
นี่คือความเจ็บปวดที่เธอนั้นพยายามเก็บซ่อนเอาไว้ในใจมาโดยตลอด
นี่จึงทำให้ตลอดสองปีที่ผ่านมานั้น หยานเสวี่ยไม่เคยว่างเว้นจากการบ่มเพาะในทุกครั้งที่มีโอกาส
และผลจากการทำงานหนักของเธอก็ทำให้ทุกคนได้เห็นอย่างประจักษ์สายตา นั่นก็คือการเป็นคนแรกในกองกำลังเทียนเว่ยที่ก้าวเข้าสู่ระดับราชาจอมพลขั้นต้น
ด้วยระดับการบ่มเพาะที่ห่างกันเกือบช่วงชั้นนี้ทำให้ไม่ยากเลยที่เธอนั้นจะจัดการช้างคลั่งตัวนี้
แต่ก่อนที่เธอจะได้ลงมือ เมิ่งน้อยที่คอยสังเกตการณ์อยู่ตรงหน้าอกของเธอก็ได้ส่งเสียงร้องทัก ก่อนจะมองเธอด้วยความตื่นเต้นยินดีแล้วหันไปมองช้างคลั่งประดุจดั่งได้พบเจอของเล่น
“เจี๊ยกเจี๊ยก”
แม้มันจะส่งเสียงร้องออกมา แต่ในความจริงแล้วมันได้ส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณไปหาหยานเสวี่ย “แม่ ให้หนูลงมือนะ”
“เจ้ารึ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ หยานเสวี่ยก็อดทำหน้าเข้มแล้วอดจะตวาดออกไปไม่ได้ “เมิ่งน้อย เจ้าอย่าได้หาเรื่องนะ”