ทว่าทั้งจงกวงหรือแม้แต่มู่ฉางเซิง เป้าหมายและปณิธานของพวกเขานั้น…สูงส่งเกินไป
เกินเอื้อมสำหรับเขายิ่งนัก
บางที อาจมีเพียงบรรพชนเช่นนั้นที่ถือกำเนิดมาเพื่อร่วมสั่นคลอนฟ้าดิน… น่าเสียดาย สำหรับข้าแล้ว เรื่องยิ่งใหญ่ไพศาลใดก็ไม่สู้หุงหาเลี้ยงชีพ
สำหรับลวี่หยาง สิ่งที่เขาปรารถนาก็คือการเดินไปทีละก้าว ทีละขั้น
ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด…ก็จะมุ่งหน้าสู่จุดสูงสุดให้จงได้!
หากจะพูดให้ถึงที่สุดแล้ว…คนที่เขารู้สึกร่วมใจได้มากที่สุดกลับไม่ใช่จงกวงหรือมู่ฉางเซิง หากแต่เป็น…ซั่วฮ่วน ต่างหาก
ผู้ที่ยื้อชีวิตดิ้นรนอยู่ในห้วงทุกข์ มีหรือจะมีเวลาคร่ำครวญถึงผืนแผนอันยิ่งใหญ่ของโลกนี้ได้
“ฮู่ว์…”
เมื่อสะบัดหลุดจากความคิดฟุ้งซ่านทั้งมวล ลวี่หยางก็ไม่รอช้าอีกต่อไป รีบเร่งกระตุ้นหุ่นเชิดดึงสติกลับคืนสู่ร่างจำแลงภายในประตูสวรรค์ทักษิณอย่างแน่วแน่
ยามเมื่อเหล่าเจินจวินพากันเร้นกาย พลังยิ่งใหญ่ที่กดทับอยู่บนประตูสวรรค์ทักษิณก็พลันมลายหาย มิได้แยกภายในภายนอกดั่งเก่าอีกต่อไป ลวี่หยางจึงสามารถปลิดชีพตนได้แล้ว
“ผัวะ!”
ชั่วพริบตา ลวี่หยางก็บังคับร่างจำแลง ทำลายเครื่องในทั้งห้าอวัยวะทั้งหก บาดแผลฉีกขาดทั่วกาย แปรสภาพเป็นร่างโลหิตในบัดดล…ทุกข์ทนเพียงใดก็เป็นไปแล้ว
เมื่อเสร็จสิ้นทุกสิ่ง เขาจึงนำบรรพชนตระกูลอวิ๋นกับซิ่วซินเจินเหรินออกจากประตูสวรรค์ทักษิณไป
ณ ด้านนอกประตู สายตาแรกของเจินเหรินปราบมารก็ทอดมองมายังลวี่ห