หากว่าหลิวเซียนนั้นยังเป็นเพียงระดับราชาเหนือราชาขั้นกลาง เขาก็ยังพอจะทำตัวห้าวหาญเพื่อดึงดูดความสนใจจากคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์คนอื่นให้เข้ามาร่วมผสมโรงได้
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตจะมีความคิดที่วิปลาสราวกับไม่ใช่ผู้คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะโง่งมและทำทุกอย่างเพียงเพื่ออาหารโลหิตเฉกเช่นสัตว์ปี ศาจ
และเขาก็รู้ดีว่าเขานั้นหาใช่คู่มือที่จะต่อกรกับอีกฝ่ายได้ไม่ แล้วเขาจะไปทำตัวราวกับเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายมาฆ่าเขาไปทำไม
แถมในตอนนี้เขาเองก็อยู่ห่างจากคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์คนอื่นมากนัก แม้จะต้องการดึงดูดผู้คนให้มาผสมโรง แต่นั่นก็คงเป็นเพียงหลังจากที่เขาตกตายไปแล้ว
“โอ้ หลิวเซียน…พี่ชายหลิวเซียนนี่เอง ข้าเองหลิวเกิ้งไง”
หลิวเกิ้งได้ป้องมือขึ้นพลางโค้งตัวลงต่ำ ในขณะเดียวกัน ประสาทสัมผัสและกระแสจิตของเขาก็ได้จับจ้องไปที่หลิวเซียนในทุกท่วงท่าอิริยาบถเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายนั้นจะฉวยโอกาสเล่นงาน ตนในตอนนี้
“โว่ เจ้าเองก็แซ่หลิวรึ…ว่าแต่แล้วมันยังไงล่ะ” เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์หลิวเซียนได้ยักไหล่ให้ทีหนึ่ง