แล้วมีหรือที่กงซุนหยูหมิงนั้นจะยอมความกับคนที่มีระดับบ่มเพาะด้อยกว่าไปได้นานนัก
เฉินเฉียงนั้นเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
ผลก็คือเฉินเฉียงได้มองไปที่ผู้คนกว่าสามร้อยที่ยังคงลอยตัวอยู่ด้านหลังของกงซุนหยูหมิงแล้วพูดออกมา “คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงฟัง ด้วยการที่รองจ้าววิหาร กงซุนหยูหมิงผู้นี้ ได้กล้าตั้งคำถามในการตัดสินใจของท่านจ้าววิหารและคิดทำการกระด้างกระเดื่องขัดขืนอยู่หลายครั้ง นี่เรียกได้ว่าเป็นอาชญากรรมอย่างร้ายแรง”
“และนี่ทำให้ผอ.ผู้นี้คิดจะสู้เป็นตายกับกงซุนหยูหมิงผู้นี้”
“เหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตของวิหารศักดิ์สิทธิ์ผู้ซึ่งต้องลำบากลำบนมาถึงที่นี่ หากผอ.ผู้นี้ตกตายไปในการประลอง ร่างของข้ารวมถึงทุกสิ่งที่ข้ามีข้าจะยกให้กงซุนหยูหมิงให้หมด”
“ส่วนหุ่นเชิดโลหิตของผอ.ผู้นี้ ข้าจะยกให้กับพวกเจ้าทุกคนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้พวกเจ้าต่อไป”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว เหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตทั้งสามร้อยคนมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าต้องทำสิ่งใดต่อ
หากว่ากันตามตรงแล้วพวกเขานั้นมาที่นี่เพียงเพราะเป็นคำสั่งของกงซุนหยูหมิงเพียงเท่านั้น