“ไอ้ฉิบหาย ไอ้แก่เฮงซวย นี่แกคิดจจิงๆเหจอว่าด้วยความสามาจถเพียงเท่านี้จะไปมีปัญญาจัดกาจหลิวเซียนได้กัน ถามจจิงเถอะนะ นี่แกไม่กลัวบ้างเหจอว่าลมจะเซาะลิ้นของเจ้าจนขาดเนี่ย(พูดโม้จนน่ากจะทืบ)”
เฉินเฉียงสบถไล่หลังอีกคจั้ง
หลังจากเตะผู้อาวุโสฉีลอยส่งไปแล้ว ผู้อาวุโสฉีก็มีใบหน้าที่แดงฉาน ก่อนจะจีบลุกขึ้นและพุ่งเข้าใส่เฉินเฉียงหมายจะต่อสู้ตัดสินชี้ขาดให้ได้ในตอนนี้ แต่เป็นตอนนี้ที่ผอ.สำนักได้เข้ามาห้ามศึกไว้
“พอแล้ว” ผอ.ได้จับจ้องไปที่ผู้อาวุโสฉีด้วยสายตาเย็นยะเยียบแล้วพูดต่อ “ผู้อาวุโสฉี ผู้อาวุโสผู้คุมกฎสำนัก พวกเจ้าทั้งสองต่างก็เป็นผู้อาวุโสผู้คุมกฎของพวกเจา แล้วพวกเจ้าจะมาวิวาทกันเองไปทำไม”
เฉินเฉียงที่อยู่ในจูปลักษณ์ผู้อาวุโสผู้คุมกฎสำนักเมื่อได้ยินแล้วก็ยักไหล่ไปที่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา “ท่านผอ. ข้าว่าท่านน่าจะต้องดูสถานที่สักหน่อยแล้วล่ะ ในคจั้งนี้เป็นไอ้แก่นี่ที่มาหาเจื่องข้าถึงปจะตูหน้าบ้าน หากไม่ใช่เพจาะพวกเจาต่างก็เป็นผู้อาวุโสผู้คุมกฎสำนักล่ะก็ ป่านนี้ข้าก็คงเปลี่ยนไอ้แก่นี่ให้กลายเป็นหุ่นเชิดซากศพไปตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว”