หน แม้แต่ศิษย์ระดับหนึ่งยังมีเลยนะเว้ย”
“คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเต็งที่จะได้เข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ในปีนี้”
“การที่แกเมินเฉยต่อคนระดับนี้มันไม่ได้ต่างไปจากแส่หาความตายเลยสักนิด”
“ดังนั้น ข้า เย่เตียนผู้นี้จึงได้หวังดีเอ่ยปากกล่าวเตือนเจ้าไว้”
“พูดจบรึยัง” เฉินเฉียงถามออกมาด้วยใบหน้าที่แหนงหน่าย
“ห้ะ” เย่เตียนอุทานออกมาอย่างไม่เข้าใจ
“ข้า หมาย ความ ว่า ไอ้ขยะเช่นพวกเจ้านั้นพูดจบรึยัง เหม็นขี้ปากว่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดที่เหลือเกินที่จะรับฟังของเฉินเฉียงแล้ว ผู้คนโดยรอบต่างก็อุทานออกมา
“ไอ้ฉิบหาย นี่แกบ้าไปแล้วรึเปล่าถึงกล้าพูดแบบนี้กับพี่เย่”
“เป็นแค่ศิษย์ระดับสามแต่กลับกล้าท้าทายอัจฉริยะแห่งยุคต่อหน้าธารกำนัลเนี่ยนะ นี่แกคิดว่าตัวเองวิเศษเลิศล้ำมาจากไหนกัน”
“ศิษย์พี่เย่ ไอ้เด็กนี่มันโอหังเกินไปแล้ว ท่านจัดการมันเลยดีกว่า”
เย่เตียนในตอนนี้ที่ได้รับคำยุยงส่งเสริมจากผู้คน ก็ทำท่ายึกยักราวกับจะเตรียมลงไม้ลงมือ
และเมื่อเห็นว่าหยานเสวี่ยอยู่ตรงหน้า เป็นธรรมดาที่เขานั้นต้องการแสดงความสามารถของตนต่อหน้าสาวงามให้ประทับใจ
หลังจากหัวเราะออกมาเบาๆ เย่เตียนก็ได้สาวเท้าก้าวเข้าไปแล้วพูดออกมาอย่าง