ยการสะกดจิตกับเม่ยซินนั้น เป็นเพราะเขาอยากให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่
เมื่อเห็นใบหน้าที่งดงามของเม่ยซินยามหลับใหลนี้ เจิ้งยี่เองก็รู้สึกหวานใจก่อนที่จะยื่นมือของตนหมายจะไปปาดแก้มของเธอด้วยความอาทร แต่สุดท้ายก็เก็บมือของตนกลับคืน
“หยานเสวี่ย จางหยวน พวกเจ้าก็ด้วย พวกเราออกไปกันก่อนแล้วกัน” เฉินเฉียงพูดพลางกวักมือเรียกให้ทุกคนออกจากห้องไป
ก่อนจะออกไป เฉินเฉียงก็ได้ส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณไปหาเจิ้งยี่ “เจิ้งยี่ เม่ยซินพึ่งจะได้เห็นธาตุแท้ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวตนที่สูงล้ำในใจของเธอไป”
“ดังนั้นในตอนนี้ปล่อยให้เธอนอนหลับไปก่อน”
“แต่ก่อนที่เธอจะสลบไปตอนที่เธอได้พบเจอสถานการณ์เกือบตายนั้น ข้าได้ยินกับหูว่าเธอได้เอ่ยชื่อของใครบางคนขึ้นมา นั่นก็คือเจ้า”
“ดังนั้นแล้ว เจ้าเองก็คงต้องดูแลเธอให้ดีๆต่อไปแล้วล่ะนะ”
เมื่อเจิ้งยี่ได้ยินก็หยุดนิ่งไม่ไหวติงไปพักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นแล้วพูดออกมา “ขอบคุณครับ กัปตัน”