ยิ่งไปกว่านั้นคือ ด้วยการที่ทั้งสองต่างก็อยู่ในระดับราชาแล้ว นี่ทำให้ทั้งสองเริ่มมองเห็นอนาคตของตนเองขึ้น นมาบ้างแล้ว
ตราบใดที่ยังคงอยู่ต่อไป แม้เส้นทางที่จะเป็นราชาจักรพรรดินั้นแม้จะยากเข็ญ แต่เมื่อไปถึง ทั้งสองจะเป็นเฉกเช่นคนธ ธรรมดาที่สามารถมีทายาทที่ทั้งสองจะรักใคร่เอ็นดูต่อไปได้
และด้วยความหวังนี้ ทำให้เมื่อทั้งหยานเสวี่ยและเจิ้งยี่ก้าวเข้าสู่ระดับราชาแล้ว บุคลิกนิสัยต่างๆนับวันก็ย ยิ่งดูมีชีวิตชีวามากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นธรรมดาที่ทั้งสองจะได้พบเจอผู้คนที่ตนรักใคร่ได้
“น้องเม่ยซิน ทำไมเจ้าไม่อยู่ที่หอการค้านี้กับเจิ้งยี่ซะล่ะ”
เมื่อเห็นว่าเป็นโอกาสอันดี หยานเสวี่ยก็ได้นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในทันที เธอนั้นหวังอยู่เต็มอกว่าเม่ยซิน จะไม่เข้าไปเสี่ยงภัยอันตรายกับการสอบนี้
นี่ทำให้เม่ยซินต้องลอบมองไปที่เจิ้งยี่ที่กำลังทำตัวไม่ถูกออกมา
มันเป็นเพราะว่าการได้พบเจอกับเจิ้งยี่นี้ทำให้เธอลังเลขึ้นมาจริงๆ
ถึงแม้มันจะน่าเสียดาย แต่เม่ยซินก็เกือบจะยอมแพ้เรื่องการสอบไปแล้ว
แต่เจิ้งยี่นั้นกลับแสดงความเห็นออกมาในทางตรงกันข้าม
“ในเมื่อเม่ยซินได้โอกาสมาแล้วทำไมไม่ลองดูสักหน่อยล่ะ”