ฆาตในเวลาเดียว ทว่าเขามีป้ายหยกบัญชาสวรรค์ปกป้องร่าง ขณะที่เย่กูเยว่กลับไม่มี
เมื่อหนึ่งพ้นภัย อีกหนึ่งย่อมบาดเจ็บสาหัส
‘สตรีผู้นี้ ถือว่าเป็นข้าช่วยไว้ชีวิตหนึ่งหนแล้ว’
ครั้นคิดได้เช่นนี้ ใบหน้าของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าก็เผยรอยยิ้มขึ้นมา
“สหาย ตามคำกล่าวของนิกายกระบี่หยกแล้ว ยามนี้เจ้าก็ย่อมติดหนี้บุญคุณแก่ข้าอยู่หนึ่งสายแล้วกระมัง”
เย่กูเยว่ไม่เอื้อนเอ่ยสักถ้อยคำ หันหลังพลันหลบหนี
นางหาได้ยอมถูกมัดด้วยวาจาเพียงหนึ่งประโยคไม่ เรื่องบุญคุณกรรมเวรเช่นนั้นไว้พูดกับผู้อื่นเถิด ภายในนิกายกระบี่หยก ย่อมมีวิถีตีความเป็นของตนเองอยู่แล้ว
แท้จริงสิ่งที่ทำให้นางตัดสินใจหลบหนีอย่างเด็ดขาด หาใช่เพียงคำพูด หากแต่เป็นจิตสังหารแรงกล้าที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ถ้อยคำอ่อนโยนนั้นของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้า
ท้ายที่สุดนางบาดเจ็บหนักจากอักษรโลหิตของเซียนปฐพี กำลังต่อสู้ลดฮวบไปถึงเจ็ดส่วน ไม่มีทางจะต้านทานจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้เลย หากยังไม่หนีเกรงว่าต้องถูกชิงพรหมจรรย์จนถึงแก่ชีวิต!
“หึ คิดจะหนีงั้นรึ?”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าหัวเราะเสียงดัง “ทุกคนลงมือ! จงสกัดนางไว้ให้ข้า! วันนี้ข้าจะต้องลิ้มรสสักหน่อย…ว่านางเซียนแห่งนิกายกระบี่หยกมีรสชาติเป็นเช่นไร!”
ฉับพลัน ตำหนักเทียนตูปั่นป่วนอลหม่าน!
แสงแห่งวิชาเทพสาดส่องขึ้นทุกสารทิศ ระเบิดปะทะกันเสียงสนั่น ลมปราณมหาศาลพลุ่งพล่านราวคลื่นทะเลโหมกระหน่ำ พัดโถมใส่เคร