“ถึงแม้ว่าฝางต้าไจ๋จะมีระดับการบ่มเพาะไม่ได้อ่อนด้อย แต่เมื่อพบเจอผู้บ่มเพาะบนเส้นทางที่พิเศษเช่นนี้ การชนะย่อมไม่อาจทำได้โดยง่าย”
ท่ามกลางศิษย์สำนักเต๋าดาวตกนี้ มีเพียงฝางต้าไจ๋เท่านั้นที่ใช้ค้อนเหล็กเป็นอาวุธ
เจิ้งฮูเชิงได้ส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณไปหาฝางต้าไจ๋
ถึงแม้ในสำนักเต๋าดาวตกในตอนนี้จะมีเพียงฝางต้าไจ๋เท่านั้นที่พอจะกำราบเฉินเฉียงได้
และนอกจากฝางต้าไจ๋จะมีระดับการบ่มเพาะที่ไม่ได้อ่อนด้อย เขายังเป็นผู้ที่มีร่างกายพิสุจน์(ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางวารี) ต่อให้เฉินเฉียงเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางแห่งไฟและมีความสามารถด้านพลังจิตอยู่บ้าง แต่นั่นก็คงจะพอทำให้ฝางต้าไจ๋ทัดทานเฉินเฉียงไว้ได้เช่นเดียวกัน
เฉินเฉียงนั้นไม่ได้มองศัตรูของตนด้วยซ้ำ เขาเพียงเดินขึ้นลานประลองไป
กับอีแค่ระดับนักรบแล้วยังไงกัน แม้แต่ระดับราชายังทำอะไรเขาไม่ได้แม้แต่ปลายก้อย
บนลานประลอง ค้อนอันใหญ่โตของฝางต้าไจ๋เป็นสิ่งแรกที่เตะตา แต่เมื่อเห็นว่าตนเองนั้นหาได้ทำให้เฉินเฉียงแยแสได้ นี่ทำให้เขาเร่งเหวี่ยงค้อนของตนอย่างเดือดดาล
“เฉินเฉียง แกพ่นไฟได้ไม่ใช่รึไงกัน เข้ามา ข้าไม่กลัวไฟของแกหรอกเว้ย” ฟางต้าไจ๋คำรามลั่นสนาม