“ข้าว่าคงไม่ต้องหาแล้วว่าใครถูกใครผิด เพราะไม่ว่ายังไงไอ้เด็กนี่คงจะไม่ได้จบลงด้วยดีเป็นแน่”
“ที่พี่เจิ้งกล่าวได้ถูกต้องแล้ว” ผอ.ฉีพยักหน้ารับอย่างเศร้าสร้อย “สิ่งที่เหลิ่งเซิ่งทำนั้นมันก็เกินการจริงๆ หากพี่เจิ้งต้องการ ข้ายอมยกตัวเหลิ่งเซิ่งให้ท่านหลังจากจบการประลองก็ได้นะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เจิ้งฮูเชิงไม่ได้ตอบออกมาแต่กลับมองไปยังสนามประลองด้วยท่าทางที่เย็นชา
คำพูดเหล่านี้ เฉินเฉียงได้ยินจนหมดสิ้น
ในตอนนี้เขาพึ่งจะเข้าใจได้ว่าปีศาจที่พึ่งออกมาจากร่างของเหลิ่งเซิ่งนั้นคือหุ่นเชิดซากศพที่ผ่านการสวมคราบร่างมา
หุ่นเชิดซากศพนั้นไม่ได้ดูพิเศษแตกต่างแต่อย่างใด หากมองไปปราดหนึ่งแล้วมันไม่ได้ต่างจากคนคนหนึ่งด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยจริงๆว่าเจ้านี่เป็นเพียงซากศพเท่านั้น
หากดูจากจุดนี้ เจ้าหุ่นเชิดซากศพนี่สำหรับเขาแล้วมันเหมือนกับทหารหุ่นเชิดที่อยู่บนโลกมนุษย์ของเขาเสียมากกว่า
หากจะมีจุดต่างกันก็คือหุ่นเชิดซากศพนี้จะฟังเฉพาะผู้ที่สวมคราบร่างของมันขึ้นมาและไม่มีความรู้สึกนึกคิดของตนเอง แม้แต่ร่องรอยวิญญาณก็ยังไม่หลงเหลือ