นี่จึงทำให้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับท่าทางอันยียวนกวนประสาทของหลิวเสี่ยวฟาน เหลิ่งเซิ่งจึงได้ทำตัวราวกับคนหูหนวกเมื่ออยู่ต่อหน้า เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาให้มากความเพียงแค่แตะไปที่อกของตนแล้วปลดปล่อยสัตว์ปีศาจที่มีปีกสีดำออกมา มันดูราวกับเป็นค้างคาวแต่มีขนาดใหญ่กว่ามากนัก และมันได้พุ่งตรงเข้าไปหาหลิวเสี่ยวฟานในทันที
ที่ด้านนอกสนาม เฉินเฉียงก็ถึงกับนิ่งอึ้งเหมือนกันเมื่อได้เห็น
เข้าไม่คิดว่าสัตว์ปีศาจนั้นจะมีพวกที่บินได้อยู่
หากเขาไม่รู้มาก่อนล่ะก็ ยามที่พวกมันไปปรากฏตัวบนโลก พวกมันย่อมสร้างความเสียหายได้อย่างน่าหวาดหวั่นเป็นแน่
นั่นก็เพราะมันไม่เพียงจะดูทรงพลัง มันยังเร็วอย่างมากอีกด้วย
ต่อให้เป็นนักรบระดับนายพลวิญญาณ เมื่อได้พบเจอมันก็ยังยากที่จะหลุดรอดไปได้
หากสัตว์ประหลาดนี้ไปปรากฏตัวบนโลกมนุษย์ ตราบใดที่พวกมันเข้าถึงอาณานิคมของมนุษย์ พวกมันจะสร้างความพินาศวายป่วงได้อย่างรวดเร็ว
“ข้าล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าคนบนโลกนี้คิดเส้นทางการบ่มเพาะนี้ขึ้นมาได้ยังไง”
หยานเสวี่ยได้มองไปที่สัตว์ปีศาจที่พุ่งตรงไปยังเหลิ่งเซิ่งอยากเกลียดชังและพูดขึ้นมาลอยๆราวกับพูดกับตนเอง