แต่ฉิงเชินก็ทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเฉินเฉียง ยังคงพูดต่อไปราวกับพูดกับตนเอง “ตอนที่ข้ายังเยาว์ พี่รู้รึเปล่าว่าข้านั้นจดจำสิ่งใดได้เป็นสิ่งแรก”
“ท่านพ่อพร่ำบอกว่าเขานั้นมีพี่น้องที่ดีคนหนึ่งที่ว่าเฉินเทียนเว่ยที่ยอมสละชีวิตตนเพื่อช่วยเขา”
“น่าเสียดายนักที่ลุงเฉินแม้จะมีลูกชายคนหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าพี่จะเป็นตายร้ายดียังไง หากว่าพ่อของข้าได้พบเจอก็คงจะชุบเลี้ยงพวกเรามาด้วยกัน”
“ดังนั้น ข้าเองจึงได้เฝ้าคอยวันเวลาที่เราจะได้พบเจอกันกับท่าน และเราจะรักใคร่สนิทสนมกันเฉกเช่นที่ท่านพ่อของข้ากับพ่อของท่านเป็นมา”
“อืม ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” เฉินเฉียงที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉิงเชินก็อดไม่ได้ที่จะตอบออกไปพลางจับมือของฉิงเชินไว้แน่น
ถึงแม้เธอจะสะดุ้งจนเหมือนจะดึงมือกลับไปอย่างเย็นชา แต่อยู่ๆ การกระทำดังกล่าวก็ได้หยุดลงและปล่อยให้เฉินเฉียงกุมมือน้อยๆของเธอไว้ แต่สายตาของเธอนั้นยังคงมองไปยังชั้นหมอกสีแดงหลายเฉดสีและพูดต่อไป