ดแย้งกันถึงขั้นนั้นน่ะ ห้ะ”
“ต่อให้ข้ารู้แล้วยังไง”
“ก่อนหน้าที่ข้าได้เข้ามาที่นี่ข้าได้เห็นอานุภาพของผู้ที่ฝึกฝนบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตมาแล้วกับตาตอนที่คัดเลือกเข้าสำนัก คนอย่างไอ้พวกนั้นหากได้พบเจอก็แทบจะตกตายไปแล้ว แค่ข้าหนีมาได้ก็บุญหัวเท่าไหร่แล้วน่ะ”
“หรือแกจะบอกว่าหากเป็นแกจะไม่วิ่งหนีกลับมาเหมือนข้าน่ะ ห้ะ”
หยานเสวี่ยได้ตอบคำถามเสี่ยวหลูไจ๋ไปอย่างของขึ้นแล้ว ใบหน้าของเธอเปลี่ยนกลับมาเป็นเย็นชาและพูดออกมาอย่างเย็นยะเยียบ “ไอ้ศิษย์พี่หลู แกเองก็น่าจะรู้ว่า ไอ้เหตุผลที่ว่าทำไมศิษย์พี่หลิวเซียงและศิษย์พี่จ้าวอะไรนั่นตามข้าไปที่เขาม่อกั๋นนั้นเป็นเขาไปกันเองหาได้เกี่ยวอะไรกับข้า”
“ข้า หยานเสวี่ย ย่อมไม่เสียใจในการตายของสองคนนี้”
“แล้วก็นะ ไอ้ศิษย์พี่หลู หลิวเซียงและจ้าว….เจียนั่นน่ะ แกไม่รู้จริงๆเหรอว่าพวกมันไปที่นั่นทำไม”
“ถึงแม้ว่าข้า หยานเสวี่ยผู้นี้ไปรับภารกิจมาทำด้วยตนเองและไม่ได้ป่าวประกาศเรื่องนี้ให้ผู้ใดในโลกได้รับรู้ แล้วพวกเขาทำไมถึงรู้ได้กัน”
“หากไม่ใช่แกเสนอหน้าไปบอก แล้วพวกเขาจะรู้ไหม”
“แต่พอสถานการณ์ของพวกเขายังไม่น่าชัด แต่แกกลับมีหน้ามากล่าวหา