ข้าเนี่ยนะ”
“เจ้า…..”
เสี่ยวหลูไจ๋นั้นแม้จะทำท่าราวกับอยากจะตอกหน้ากลับหยานเสวี่ยอยู่หลายครั้ง แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อาจสรรหาคำมาเถียงได้เลยสักนิด
“ถูกต้อง”
ผู้อาวุโสเฉียนที่ยืนอยู่ข้างๆพูดออกมาด้วยเสียงดังลั่นพร้อมใบหน้าที่เคร่งขรึม “สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนั้นก็คือพวกเราไม่อาจด่วนตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ ข้าต้องรายงานให้ผู้อาวุโสในรับรู้ก่อน”
“หยานเสวี่ย สิ่งที่เจ้าพูดออกมานั้นเป็นความจริงทั้งหมดใช่รึเปล่า”
“แน่นอนค่ะ” หยานเสวี่ยกลับมาอยู่สภาพปกติและพูดตอบออกไปด้วยท่าทางสุขุม “ทุกคำพูดที่ข้าพูดออกไปนั้นเป็นความจริงทุกประการ”
ผู้อาวุโสเฉียนพยักหน้ารับก่อนที่จะหันหลังกลับแล้วเดินออกไปจากห้องพักของหยานเสวี่ยพร้อมเสวี่ยหลูไจ๋และผู้คุมกฎ
ไม่นาน หลังจากเรื่องราวถูกรายงานไปยังผู้อาวุโสใน เรื่องก็ไปถึงหูผอ.สำนัก ผอ.ฉี
หลังจากผ่านเรื่องราวน่าอัปยศอดสูมาไม่กี่วัน อาการของหลิวฉิงหยุนก็ดีขึ้นมาบ้างแล้ว
อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บที่ได้รับมานั้นส่งผลให้เขานั้นกลับไปอยู่ในระดับราชาขั้นต้น หากเขาต้องการจะกลับไปยังขั้นสูงนั้นคงต้องใช้เวลาหนึ่งปีเป็นอย่างน้อย
นับจากการปะทะกับคณะผู้อาวุโสจากวิหารศักดิ