หารศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้ศักดิ์แต่พูดออกมาเพียงเท่านั้น”
“หากคิดดูแล้ว เพียงแค่ระดับนายพลผู้หนึ่งคงไม่ต้องถึงกับให้มหาราชาทั้งสิบต้องถ่อมาถึงนี่เพื่อออกมาลงมือสังหารด้วยตัวเองเช่นนี้หรอก”
“เจ้าหมายความว่ายังไง”
หลิวฉิงหยุนที่ได้ยินก็เลือดขึ้นหน้าอีกครั้งก่อนจะพูดออกมา “ผู้อาวุโสสอง ข้ารู้ว่าเจ้านั้นไม่ได้ชอบฉางเชิงของข้า แต่เจ้าก็ไม่ควรปล่อยให้เขาถูกทำประดุจดั่งกวางดั่งม้าเช่นนี้ นี่เจ้าคิดจริงๆรึว่าหลานข้าจะมีปัญญาทำเรื่องเช่นนั้น”
ผู้อาวุโสสองยกมือขึ้นห้ามปรามอย่างไม่ร้อนรน “ผู้อาวุโสสูงสุด ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว ที่ข้ากำลังจะสื่อก็คือไอ้ท่าทางที่มั่นอกมั่นใจของผู้คุมกฎของวิหารศักดิ์สิทธิ์นั่นต่างหาก แถมยังชี้เป้าเจาะจงหลิวฉางเชิงได้นั่นอีก”
“ท่านไม่คิดว่ามันแปลกบ้างรึไง”
“ไม่อย่างนั้นแล้วทำไมคนในระดับผู้คุมกฎถึงได้รู้จักคนอย่างหลานของท่านกัน”
ผอ.ฉีที่ได้ยินก็พอจะเริ่มเข้าใจในสิ่งที่หลัวเฟิงต้องการจะสื่อ และนี่ทำให้เขาต้องเอ่ยถามออกมา “ผู้อาวุโสสอง….เจ้าจะบอกว่ามีคนวางแผนการไว้รึ”
“ถูกต้อง” หลัวเฟิงพยักหน้ารับแล้วพูดต่อ “หากข้าเข้าใจไม่ผิด เหล่าผู้คุมกฎของวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นที่ต้องดั้นด้นมาถึ