จออันตราย เขาก็ควรจะหลบหนีออกมาได้ทุกเมื่อไม่ใช่เหรอ
ในเมื่อเขามาที่นี่แล้วเขาย่อมไม่อาจกลับไปมือเปล่าได้
เฉินเฉียงได้เดินขึ้นเขาไปคนเดียวหลังจากแยกจากจากกลุ่มคนที่โวยวายไปเมื่อครู่
ด้วยพลังจิตที่ทรงพลังของเขานี้ทำให้เขารับรู้ได้ว่ายิ่งเขาเข้าใกล้ภูเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังฟ้าดินจากทุกสิ่งที่ปล่อยออกมา ยิ่งไปกว่านั้นคือสัตว์วิญญาณระดับสูงมากมายก็ได้ปรากฏ
แต่เขาไม่ได้แยแสแม้แต่น้อย
เพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจ เขาจึงไม่คิดจะเสียเวลา
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาก็มาถึงสันเขา
ที่นี่ถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจนด้วยหมอกที่หนาแน่นจนเห็นชัดได้ด้วยตา
ต่อให้เขาเข้าใกล้หมอกขนาดที่มันแทบจะจุ่มหน้าเข้าไปอยู่แล้ว พลังจิตของเขาก็ยังไม่อาจจะแทรกซึมเข้าไปได้ ทำได้เพียงมองเข้าไปได้ด้วยตาเปล่าเท่านั้น
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดราวกับว่าเขากำลังมองดอกไม้ผ่านม่านหมอกจนแยกไม่ออกว่ามันเป็นความจริงหรือภาพลวง
หลังจากมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ภายใน เขาก็ยื่นมือของตนเข้าม่านหมอกไป
และในตอนนี้ที่เขารู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างดิ้นอยู่ในมือของเขา
เป็นตอนนี้ที่เขารับรู้ได้ว่าพื้นที่หมอกตรงน้าเขานั้นเป็นเขตแดน