เธอก็ได้หมุนตัวออกมาแล้วเดินจากไป
หลี่กวงที่มีเอกสารมากมายอยู่ในมือนั้นก็รออยู่ด้านนอกนานพอดู แต่นอกจากเสียงแปลกๆจากในห้องเขาก็ไม่ได้ยินเสียงใดอีก
ยังดีที่มีศิษย์สำนักคนอื่นลงมาจากบันไดในตอนนี้
ศิษย์ชายคนหนึ่งมองหลี่กวงที่ยืนอยู่ด้านนอกประตูห้องพัก ก่อนที่จะหัวเราะร่าแล้วเปิดประตูเข้าไป
แต่เมื่อเปิดเข้าไป พวกเขาก็เห็นเพียงหลิวฉางเชิงที่กำลังนอนกรนอยู่
“ชู่วววว”
เมื่อเห็นฉากนี้ ศิษย์ที่อายุมากที่สุดรีบจุ๊ปากให้เงียบเสียงแล้วให้ศิษย์ที่เปิดประตูรีบปิดประตูลงอย่างเงียบๆ
“ฮี่ฮี่ ดูเหมือนไอ้เฒ่าลามกนี่จะเหนื่อยจนหลับไปแฮะ นี่ถึงเวลาที่พวกเราจะกอบโกยและประหยัดเงินได้แล้ว ไปกันเถอะ”
เมื่อพูดจบ ทุกคนก็ทำตัวราวกับผึ้งแตกรัง
เมื่อเห็นฉากนี้ หลี่กวงเองก็มีท่าทีลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะผสมโรงตามเขาไป
ถึงแม้ตระกูลเขาจะมีเหมืองแก่นวิญญาณ แต่ยังไงซะประหยัดเงินไว้ได้ก็ยังดีกว่าเป็นไหนๆ
หลังจากกลับไปแล้ว หลี่กวงก็ได้นำเรื่องราวนี้ไปคุยกับเม่ยซินอย่างสนุกสนาน
แต่ในอีกวันถัดมา ข่าวใหญ่ก็ได้กระจายไปทั่วสำนัก
บรรณารักษ์ห้องสมุด หลิวฉางเชิงได้กลับกลายเป็นตัวโง่งม
“พวกเจ้าได้ยินรึเปล่า ไอ้ตัวตำบอ