หอกก็ได้หยุดมือแล้วพูดออกมา
“น้องจาง อย่าได้พูดไร้สาระน่า หากมีอะไรออกมาจากกำแพงเขตแดนจริง พวกเราก็ควรจะรับรู้กันได้ทั่วสิ”
“เจ้าเลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วโจมตีต่อไปได้แล้ว”
“ไอ๊หยา…” คนที่ชื่อจางได้ถอดถอนลมหายใจออกมา “ข้าได้ยินมาว่ากำแพงเขตแดนนี้ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องมาหลายร้อยปีแล้วนา แม้แต่ตอนนี้มันก็ยังไม่ขยับเขยื้อนแต่อย่างใด”
“ข้าไม่รู้จริงๆว่าต้องทำไอ้เรื่องบ้าๆแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่”
“ศิษย์น้องจาง พูดจาระวังปากหน่อยสิ”
“มันเป็นที่รับรู้กันว่าใครก็ตามที่รับหน้าที่นี้จะได้รับค่าตอบแทนในการเสียเวลาอย่างงามที่นายท่านจะมอบให้พวกเราเลยนะ”
“และยิ่งหากพวกเราสามารถทำลายมันได้ เพียงแค่พวกเราอย่างก้าวเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์ พวกเราก็จะได้รับโอกาสในการบ่มเพาะวิชายุทธระดับสูงสุดเลยทีเดียว”
“ข้าได้ยินมาว่าวิชายุทธเหล่านั้น พวกเราล้วนแล้วได้มาจากผู้มาเยือนนี่นา แถมพวกเขายังพาผู้มาเยือนทั้งสามไปพำนักที่นั่นอีก”
“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะน้า แต่ผู้คนมากมายโจมตีกำแพงเขตแดนนี่มาหลายร้อยปีแล้วยังไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด ข้ารู้สึกว่ามันเปล่าประโยชน์นัก”
“หยุดพูดได้แล้ว”
ผู้นำของคนกลุ่มนี้ได้มองด้วยสายตาที่หรี่เ