ทรมกายแล้วนา สนใจจะให้ข้าแบกขึ้นไปมะ”
หยานเสวี่ยที่ในตอนนี้ราวกับไร้เรี่ยวแรงแล้วได้หันซ้ายแลขวาก่อนที่จะถอนลมหายใจออกมา ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มบนใบหน้าและอ้าแขนของตนออกมา “เอาเลย ข้าพร้อมแล้ว”
“เอ๋ออออออออออออ.……” เฉินเฉียงที่เห็นร่างกายยั่วยวนพร้อมกลิ่นหอมชวนดอมดมของเธอที่ใกล้เข้ามานี้ก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก ในที่สุดเขาก็วิ่งเตลิดขึ้นบันไดไปด้วยใบหน้าที่แดงฉานพร้อมใบหน้าที่ยากจะเอ่ย
“ไอ้ตัวเวรตะไล ฮึ่ม นี่เจ้าคิดมาหาเรื่องข้าจริงๆสินะ”
หยานเสวี่ยด่าสาดส่งเฉินเฉียงไล่หลัง พร้อมยกกำปั้นชูนิ้วใส่ด้วยท่าทางแจ่มใส ประหนึ่งดั่งทหารที่ได้รับในชนะในการศึก
หลังจากไปถึงปลายบันไดแล้ว เฉินเฉียงก็ได้นั่งลงและฝึกฝนเคล็ดวิชาภาพว่างแห่งห้วงมหาสมุทร
ในตอนนี้ ตราบใดที่เขามีเวลาว่าง เขาจะฝึกฝนทักษะการควบคุมพลังงานของตนเอง หวังเพียงว่าในวันหนึ่ง เขาจะสามารถควบคุมโลกใบเล็กของเขาได้
ที่ปลายบันได
นอกจากเฉินเฉียงแล้ว หยานเสวี่ยที่ขึ้นมาได้สูงกว่าใครกำลังนั่งพักอยู่ที่ชั้นแปดร้อยยี่สิบ ก่อนที่จะเริ่มปีนบันไดต่อ
ถัดมาคือเจิ้งยี่
เมื่อเทียบกันแล้ว หยานเสวี่ยเองนั้นดูเหมือนจะอยู่เหนือชั้นกว่าเจิ้งยี่เล็กน้อย