ว่ามีพยัคฆ์ร้าย”
เมื่อราชาสวรรค์พูดจบ เฉินเฉียงก็ราวกับจะได้เห็นเงาร่างของซุนต้าฮู่ที่เคยแสดงกระบวนท่านี้ให้เขาดูมายืนรับชมการร่ายรำกระบี่นี้ก่อนที่จะพยัคหน้าออกมาอย่างยอมรับนับถือ
ด้วยการที่เฉินเฉียงเองก็ใช้กระบวนท่านี้อยู่บ่อยครั้งจึงพอคุ้นเคยอยู่มากแต่ก็ไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริง จวบจนกระทั่งถึงตอนนี้
“กระบวนท่าที่ห้า ดอกไม้ในเกลียวคลื่น”
เมื่อร่ายรำกระบวนท่าที่สี่เสร็จสิ้น ดาบเหล็กบนมือของราชาสวรรค์ก็ดูราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับราชาสวรรค์ และตัวของราชาสวรรค์นั้นก็ดูราวกับเป็นดาบแกร่งเล่มหนึ่ง
แม้เฉินเฉียงในตอนนี้จะจ้องมองราชาสวรรค์อย่างไม่วางตา แต่เขาก็รู้สึกได้ราวกับราชาสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ราชาสวรรค์ที่เขาคุ้นเคย ราวกับเขาได้กลายเป็นดาบเหล็กอันหนักแน่นที่กำลังหมุนวนไปมาบนพื้นดิน
“ดาบคือคน คนคือดาบ”
“บุคคลที่ไร้ดาบ ก็เปรียบได้ดั่งดอกไม้ที่อยู่ท่ามกลางมหาสมุทร”
เมื่อร่ายรำกระบวนท่าที่ห้าเสร็จสิ้น ระดับเคล็ดวิชาทำลายวิญญาณของเขาก็เข้าสู่ระดับสูงแล้ว
และนี่ทำให้เขาเข้าใจหลักการของกระบวนท่าเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
ถึงแม้หลักการสำคัญของกระบวนท่าเหล่านี้คือเป็นหนึ่งเดียวกับดาบ แต่เฉินเฉียงก็ยังไม่อาจเข้าไปถึงขั้นนั้นได้
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ ด้วยกระบวนท่าที่ราชาสวรรค์ได้ร่ายรำให้ดูนี้ นี่ทำให้ความเข้าใจของเฉินเฉียงที่มีต่อกระบวนท่านี้ได้ขยายขอบเขตมากขึ้น
ภายใต้แสงกระบี่ที่สาด