ให้ท่านร่ายรำเพลงดาบให้ดูอีกเนี่ยนะ”
แต่กอ่นที่เฉินเฉียงจะได้พูดออกไป ราชาสวรรค์ก็ได้พูดออกมา
“หยานเสวี่ย เจ้าเองก็อยู่ข้างกายข้ามากว่าสิบห้าปี เจ้าเชื่อฟังตัวข้าในทุกเรื่องและไม่เคยคิดขวาง ต่อให้เป็นช่วงเวลานี้ข้าก็ยังหวังให้เจ้ากระทำอยู่เช่นดังเดิม”
“ถอยไปซะ”
ราชาสวรรค์พูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูกระปรี้กระเปร่า ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างดังลั่น “เฉินเฉียง จงดูให้ดี”
“กระบวนท่าที่สี่ มังกรคำรามพยัคฆ์คำรณ”
เฉินเฉียงไม่คุ้นเคยกระบวนท่านี้สักเท่าไหร่นัก ในมุมมองของเขานั้น กระบวนท่านี้เป็นเพียงกระบวนท่าที่ไร้กระบวนเพื่อการเชื่อมต่อไปยังกระบวนท่าอื่นเพียงเท่านั้น แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่ากระบวนท่านี้มันจะมีความหมายอื่นแอบแฝง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ได้ชื่อว่ามังกรคำรามพยัคฆ์คำรณ
และในตอนนี้ ต่อหน้าเฉินเฉียง ราชาสวรรค์ได้ทำให้เขาเข้าใจได้ในที่สุด
“เฉินเฉียง เจ้าเองก็คงสงสัยอยู่ใช่รึเปล่า”
“ว่าทำไมท่าร่างนี้ถึงเรียกว่ากระบวนท่าได้ จงฟังข้าซะ”
“ดาบหลอมรวมกับคลื่นพลัง ปลดปล่อยไอดาบ เข่นฆ่าศัตรูโดยรอบต้องแพ้พ่าย”
“หลังจากใช้กระบวนท่าที่สาม ตัวเจ้าจะเปรียบได้ดั่งมังกรและพยัคฆ์ที่โจนทะยานขึ้นฟ้า หลังจากเป็นหนึ่งกับพลังฟ้าดินจะทำให้อาวุธในมือทรงพลังเหนือใคร แม้จะไม่ขยับตัวแต่กลิ่นอายแห่งพลังยังคงเข้าฟาดฟันศัตรู”
“เฉกเช่นในท้องฟ้าที่รับรู้ว่ามีดวงตะวันจันทราที่มังกรอาศัยอยู่”
“เฉกเช่นขุนเขาที่รับรู้