ี่ไม่ได้รบราฆ่าฟันกัน
อย่างที่รู้ดีว่าทั้งสามนั้นเป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ แต่ในตอนนี้ ทั้งสามเผ่าพันธุ์กับยืนมองหน้ากันไปมาราวกับเป็นพันธมิตรที่พลัดพราก ไม่ได้มีท่าทีจะห้ำหั่นกันแต่อย่างใด
รวมทั้งสัตว์ประหลาดที่เฉินเฉียงเผชิญหน้าอยู่นี้ พวกมันมีท่าทีที่เกรงกลัวราวกับว่ากลัวเขาจะกินทั้งเป็นอีก
นี่ทำให้ผู้นำกองกำลังคนนี้ หลังจากเห็นว่าคนของตนรุมล้อมคนเหล่านี้ไว้หมดแล้ว ก็ได้ค่อยๆเดินเข้ามาหาจางหยวน
“เจ้าเป็นกองกำลังมนุษย์รึเปล่า”
จางหยวนที่เห็นก็เดินออกไปรับหน้าแล้วพูดออกมา “ถูกต้อง พวกเรามาตามคำสั่งของตึกจอมพลเหมันต์จันทรา กองกำลังเทียนเว่ย ข้า รองกัปตันจางหยวน ส่วนนั่นกัปตันของเรา เฉินเฉียง”
เมื่อได้ยินคำว่า เฉินเฉียง นี้ อย่าว่าแต่ผู้นำกองกำลังคนนี้เลย แม้แต่เจิ้งเชิงเองก็ยังนิ่งอึ้งไป
“งั้น….เขาก็คือเฉินเฉียงรึ”
“กัปตัน แล้วพวกเราเอายังไงกันดี ตอนนี้พวกเราโดนล้อมไว้แล้ว ดูท่าจะหลบหนีไปได้ยากนัก”
หนึ่งในคนของเจิ้งเชิงได้กระซิบถามที่ข้างหู
“ไม่เป็นไรหรอกน่า อย่างมากก็สู้จนกว่าจะตายไปข้างนึงก็เท่านั้น” เจิ้งเชิงแม้จะรับรู้สถานการณ์แล้ว แต่เขาก็ยังมีท่าทีไม่กังวลต่อสิ่งใด
ส่วนผู้นำกองกำลังมนุษย์ห้าสิบคนนี้ เมื่อได้ยินชื่อเฉินเฉียงแล้ว ด้วยความเลื่อมใสในคำเล่าลือ เขาจึงได้เดินไปให้เฉินเฉียงพร้อมก้มหัวเล็กน้อยให้แล้วพูดออกมาอย่างเคารพ
“นายพลเว่ยหวู่ ผู้นำที่มีชื่อเสียงแห่งกองกำลังเทียนเ