ือกจึงทำได้เพียงโยนมันทิ้งไปเพียงเท่านั้น”
“โฮ่” สายตาของฮั่นจุยเปล่งประกายในทันทีเมื่อได้ยิน ก่อนที่จะถามต่อ “เจ้าหนุ่ม เจ้ามีชื่อว่าอะไร”
“ข้าทาสชื่อฟางเจิ้ง เป็นพนักงานผลิตแผ่นแก่นพลังงานระดับหนึ่งครับ”
“ฟางเจิ้งรึ ชื่อที่ดี” ฮั่นจุยได้ตบบ่าฟางเจิ้งไปหนึ่งทีก่อนจะพูดต่อ “ฟางเจิ้ง บอกผู้อาวุโสหน่อยสิว่าความผิดพลาดที่เจ้าว่ามานั้นคือสิ่งใด”
เมื่อเห็นว่าฮั่นจุยนั้นกล่าวออกมาราวกับจะเยินยอเขา ฟางเจิ้งเองก็ตื่นต้นจนเร่งรีบหยิบแว่นตามาสวมในทันทีแล้วรีบพูดออกมา “ผู้อาวุโส มันเป็นอย่างนี้ ข้าพึ่งพบว่าสัตว์ประหลาดประเภทหนูที่ใช้ในการทดสอบนี้ หลังจากฝังแผ่นแก่นพลังงานลงไปในร่าง แม้พลังของมันจะเพิ่มสูงขึ้นมาจริงแต่มันก็ไม่เป็นตามที่ตั้งเป้าเอาไว้”
“นั่นก็เพราะหลังจากที่ได้รับแผ่นแก่นพลังงานนี้เข้าไปแล้ว แม้เจ้าหนูนี่จะสิ้นสติไปแล้วแต่ก็ยังตกอยู่ความบ้าคลั่ง เคลื่อนไหวไปมาได้แม้จะไม่ได้รับรู้ต่อสิ่งใดเลยก็ตาม”
“และหลังจากตรวจสอบดูแล้วว่าไม่อาจจะแก้ไขได้อีก ข้าจึงข้าว่าควรจะทำลายมันทิ้งไปได้เพียงเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้ว ฮั่นจุยได้แสดงท่าทางออกมาราวกับได้พบเจอขุมทรัพย์ เขาได้พาฟางเจิ้งกลับเข้าห้องของตนไปก่อนที่จะใช้กำแพงกั้นเสียงในทันที
เมื่อเห็นฉากนี้ ราชาสวรรค์แม้จะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมฮั่นจุยต้องทำเป็นมีลับลมคมในถึงขนาดต้องเปิดกำแพงกั้นเสียงขึ้นมา แต่มันคาใ