านี่ก็คงต้องลองดูกันไป”
และนี่ทำให้หลิวฉิงนั้นนึกขึ้นมาได้ว่า เฉินเฉียงนั้นแม้จะเป็นผู้น้อยที่อยู่ในเผ่าพันธุ์ แต่เขาก็เป็นศิษย์ของฮูเตี๋ยน
“ผู้อาวุโสสูงสุดฮูเตี๋ยน ในเมื่อเฉินเฉียงเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขาเองก็ควรจะศิษย์ของข้าผู้นี้ในฐานะที่ข้าเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าพันธุ์มากกว่าไม่ใช่รึ”
ถึงแม้คำพูดของหลิวฉิงจะดูแข็งกร้าว แต่น้ำเสียงของเขานั้นกลับหาใช่เช่นนั้นไม่
แต่จะเป็นแบบนั้นก็ไม่ได้แปลกแต่อย่างใด เพราะถึงแม้จะอยู่กลางศูนย์กลางเผ่าพันธุ์อย่างเขาโชวหยาง หลิวฉิงก็ไม่กล้าที่จะหาเรื่องกับฮูเตี๋ยนแต่อย่างใด
นั่นก็เพราะ กับองค์การที่ทรงพลังชนิดที่ยากจะหยั่งแบบฮูเตี๋ยนนี้ แม้แต่สามเผ่าพันธุ์ร่วมมือกันก็ไม่สามารถต่อกรได้แม้แต่น้อย
ฮุยตู๋ทรงพลังได้ถึงขั้นนั้นเลยทีเดียว
ฮูเตี๋ยนเชิดหน้ามองหลิวฉิงก่อนที่จะไม่แยแสแล้วหันไปถามกับเฉินเฉียงแทน “เฉินเฉียง เจ้าจะเอายังไงล่ะ เจ้าต้องการให้ตาแก่คนนี้จัดการเรื่องของเว่ยหยวนตี้ให้รึเปล่า”
เฉินเฉียงส่ายหน้าไปมา “เรื่องนี้ข้าจะจัดการด้วยตัวเอง เพียงแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้เพียงเท่านั้น”
“ก็ดี ถ้าอย่างนั้นก็ตามข้ามา”
เมื่อพูดจบ ฮูเตี๋ยนได้จับไปที่ไหล่ของเฉินเฉียงและหยานเสวี่ย ก่อนที่จะทะยานขึ้นฟ้าและหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตาจากเขาโชวหยาง
เมื่อจับความรู้สึกของฮูเตี๋ยนไม่ได้แล้ว หลิวฉิงก็ได้หันไปมองเว่ยหยวนตี้แล้วพูดออกมา
“ผู้การเว่ย การตายของพ่อขอ