ียงก็ได้หันไปมองเจิ้งยี่ด้วยท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วพูดออกมา
“ยินดีด้วยเจิ้งยี่ อีกแค่จุดเดียวเจ้าก็สามารถกลายเป็นกึ่งราชาได้แล้ว”
ตัวเจิ้งยี่เองนั้นก็ดีใจไม่น้อยที่เดียว ในขณะเดียวกัน เมื่อเจิ้งยี่ได้ยินเฉินเฉียงพูดถึงเรื่องกึ่งราชา เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามเฉินเฉียงออกมา “กัปตัน ร่างกายของท่านเป็นยังไงบ้าง”
“ฮี่ฮี่ฮี่ ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงหรอกน่า”
เฉินเฉียงได้ยืนขึ้นก่อนที่จะแสยะยิ้ม ก่อนที่จะเก็บธงพลแห่งกองกำลังเข้าไปในแหวนแล้วพูดออกมา “เจิ้งยี่ ข้าจะออกไปสักพักนะ บอกจางหยวนและผู้สั่งการหลิงเว่ยด้วยว่าอีกปีนึงข้าจะกลับมา”
เจิ้งยี่ที่ได้ยินก็ผุดลุกขึ้นมาในทันทีแล้วถามออกมา “กัปตัน ท่านจะไปไหน ให้ข้าตามไป….”
เฉินเฉียงได้ส่ายหน้าไปมา ก่อนที่จะเดินไปจับไหล่ของเจิ้งยี่ “ไม่ต้องหรอก ถึงแม้ว่าเจ้านั้นจะมีระดับการบ่มเพาะสูงกว่าข้า แต่กับศัตรูที่แม้แต่ข้ายังทำอะไรไม่ได้แล้วเจ้าจะทำอะไรพวกมันได้กัน”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือ การที่ข้าออกไปครั้งนี้เพื่อไปหาอะไรบางอย่าง ไม่ใช่การวิ่งเข้าไปหาสิ่งอันตรายใดๆ”
“แต่…”
ก่อนที่เจิ้งยี่จะทันได้พูดจบ เขาก็ได้ยินเสียงแหลมเล็กหนึ่งจากที่ห่างไกล เพียงสิ้นเสียง ก็มีกระดาษแผ่นหนึ่ง ปักเข้าไปในตอไม้ที่อยู่ข้างๆเจิ้งยี่
ในขณะเดียวกัน เฉินเฉียงนั้นก็ได้มองไปยังร่างสองร่างที่ได้ปรากฏกาย
“กัปตัน ระวังตัวด้วย”
เมื่อเห็นท่าทางของเจิ้งยี่แล้ว เฉินเฉียงก็ได้ใช้ร่างของ